[Drill มุข] Seitokai no Ichizon Ep08
posted on 23 Nov 2009 21:08 by kotorichan in Anime, Project
0.01
Software ที่ริริเชียใช้
ดูผิวเผินจะพบว่า Interface คล้าย Photoshop มากครับ แถมยังมีฉากยืนยันที่ชัดในตอนฉากตอนที่เอลิส(น้องของริริเชีย)เดินเข้ามา ถ้าดูที่หน้าจอตรง Title Bar จะเห็นชัดเลยครับว่า เขียนว่า Adobe Photoshop จริงๆ
05.49
ของที่เอลิสจังนำมาใช้เล่นแทนหูฟังของแพทย์ ความจริงแล้วคือ Magic Ink(マジックインキ) ซึ่งเป็น Permanent Marker Pen ของ "บริษัทอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์เทระนิชิ จำกัด" (寺西化学工業株式会社) ตั้งแต่เริ่มวางขายครั้งแรกในปี 1953 ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนญี่ปุ่น และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นตราที่คนนิยมใช้ และรู้จักกันมากที่สุด

Magic Ink
06.46
ตุ๊กตา?
หลังจากที่การเล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้จบลงไป เอลิสจึงเปลี่ยนมาเล่นตุ๊กตา ทีแรกก็คิดว่าตุ๊กตาจะเป็นแบบเด็กผู้หญิงน่ารักอย่างแมรี่จังที่ยกขึ้นมาตัวแรก แต่ตุ๊กตาอีกตัวนั้นกลับเป็นตุ๊กตาผู้ชายตัวอ้วนพริ้ว เอลิสบอกว่า ตุ๊กตาตัวนี้ชื่อ แอนโดรปอฟ(アンドロポフ) ซึ่งอันที่จริงแล้วชื่อนี้มาจาก "ยูริ วลาดิมิโรวิช แอนโดรปอฟ" (Yuri Vladimirovich Andropov) เขาคนนี้เป็นประธานผู้ดำรงตำแหน่ง KGB (คล้ายๆ กับหน่วย CIA ของสหรัฐ แต่เป็นของโซเวียต ปัจจุบันยุบไปแล้ว) โดยเขาคนนี้ได้ดำรงตำแหน่งประธาน KGB ถึง 4 สมัยซ้อน และเขายังได้เป็นประธานธิบดีคนที่ 9 ของสหภาพโซเวียตด้วย
เนื่องจากมุขนี้เป็นอีกมุขที่เสี่ยงคุก สุกิซากิเลยพูดขึ้นมาก่อนเล่นว่า
"อยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นไอของเรื่องผิดกฎหมายขึ้นมา..."
「何か犯罪の匂いがするんですが」
08.00
หลังจากการเล่นตุ๊กตาจบลงไป คราวนี้เอลิสก็เลยเปลี่ยนมาเล่น "ชิริโทริ" หรือ "การเล่นต่อคำ" ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง กติกาโดยทั่วไปของการเล่นก็คือเริ่มจากคำใดก็ได้หนึ่งคำ ทำการต่อคำโดยใช้ตัวอักษรตัวสุดท้ายเป็นตัวอักษรตัวแรกของคำถัดไป หากคนไหนไม่สามารถต่อคำใหม่ได้ในเวลาที่กำหนด หรือคำที่พูดออกมาลงท้ายด้วยตัว ん(อึ้น) ก็จะถือว่าแพ้ไปครับ
เริ่มด้วยยกแรก สุกิซากิเริ่มก่อน โดยบอกว่า
"งั้นก็เริ่มจากตัว ri ของ ชิริโทริ...คำว่า ri-su"
(เพื่อไม่ให้ดูยาก ต่อจากนี้ผมขอเขียนในรูปแบบนี้นะครับ "สุกิซากิ -> เอลิส")
"Risu" -> "suisanka Aruminiu-mu"
リス > 水酸化アルミニウム
(กระรอก > อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์)
"mushi" -> "Shousanka Aruminiu-mu"
虫 > 硝酸化アルミニウム
(แมลง > อะลูมิเนียมไนเตรต) *อันที่ถูกจริงๆ คือ Shousan Aruminiu-mu
"muchi" -> "Chikka Aruminiu-mu"
無知 > 窒化アルミニウム
(ความเขลา -> อะลูมีเนียมไนไตรด์)
"muri" -> "Ryuusanka Aruminiu-mu"
無理 > 硫酸化アルミニウム
(ความเป็นไปไม่ได้ -> อะลูมิเนียมซัลเฟต) *อันที่ถูกจริงๆ ต้องเป็น Ryuusan Aruminiu-mu
"Muusu" -> " Suisoka Aruminiu-mu"
ムース > 水素化アルミニウム
(มูสครีม -> อะลูมิเนียมไฮไดรด์)
ยกนี้สุกิซากิถึงกับต้องยอมแพ้ครับ เพราะแต่ละอันที่เธอยกมามีแต่อะลูมิเนียมทั้งนั้นเลย ในการเล่นเกมส์ต่อคำนั้นจริงๆ มีเทคนิคแกล้งคนคือ ในภาษาญี่ปุ่นจะมีตัวลงท้ายที่ทำให้ผู้เล่นอีกฝ่ายเล่นลำบากคือ เช่น -ru / -mu / -nu
ยกแรกสุกิซากิยกธงขาว เอลิสเลยชวนเล่นอีกรอบโดยบอกว่า คราวนี้จะไม่เล่นคำว่าอะลูมิเนียมแล้ว สุกิซากิก็เลยยอมเล่นต่อ
สุกิซากิ: อืมม เอาแบบคนทั่วไปเค้าเล่นกันนะ งั้นก็เริ่มจาก "rinsu" (rinse = การล้าง)
เอลิส: su..su..suniikaa! (รองเท้าผ้าใบ)
สุกิซากิ: ในที่สุดก็เป็นแบบคนทั่วไปเล่นสักที งั้นก็ kaede (ต้นเมเปิ้ล)
เอลิส: dengeki (ไฟฟ้าช็อต)
สุกิซากิ: dengeki? ki..kisu (Kiss)
เอลิส: su....Suupaa Dasshu (Super Dash)
สุกิซากิ: เอลิสจัง..เธอจงใจสินะ?
เอลิส: เอ๋? พูดอะไรกันคะ? เอลิสไม่เห็นจะเข้าใจ
สุกิซากิ: งั้น.นี่ล่ะ..shufu (แม่บ้าน)
เอลิส: ฟุ?..ฟุ..
สุกิซากิ: ก็รู้อยู่แล้วนี่..ฟุ ไง ฟุ
เอลิส: ฟุ?
สุกิซากิ: ใช่
เอลิส: อ๊ะ!
สุกิซากิ: ได้แล้วสินะ!
เอลิส: Famitsuu! (ファミ通) *อ่านว่า Fa จริงแต่ตัวแรกเป็นตัว Fu ก็ถือว่าใช้ได้
สุกิซากิ: เอลิสจังนี่เล่ยจงใจแกล้งกันนี่นา! ต้อง Fantasia สิถึงจะถูก
เอลิส: เอลิสไม่เห็นจะเข้าใจเลย
อันแท้ที่จริงแล้ว คำที่เอลิสยกขึ้นมาพูดทุกคำนั้นเป็นการล้อเลียน ชื่อบริษัทนิยายไลท์โนเวลของญี่ปุ่นทั้งสิ้นครับ
スニーカー (Sneaker) มาจาก スニーカー文庫 (Sneaker Bunko)
電撃 (Dengeki) มาจาก 電撃文庫 (Dengeki Bunko)
スパーダッシュ (Super Dash) มาจาก スパーダッシュ文庫 (Super Dash Bunko)
ファミ通 (Famitsuu) มาจาก ファミ通文庫 (Famitsuu Bunko)
ส่วนที่สุกิซากิพูดว่ามันต้อง Fantasia สิอันที่จริงแล้ว Fantasia นี้ก็มาจาก Fantasia Bunko ซึ่งเป็นบริษัทจัดจำหน่ายเรื่อง Seitokai no Ichizon นี้นั่นเอง แต่ชื่อที่เอลิสยกมาทุกอันล้วนแต่เป็นของบริษัทอื่นทั้งสิ้น มุขนี้ก็เลยต้องการจะแสดงความน้อยใจนั่นเอง...
10.17
มุขนี้เป็นตอนที่เอลิสจะเล่นพันด้าย(อายะโทริ: 綾取り) ให้สุกิซากิได้ดู ซึ่งลายแรกที่เธอทำก็เป็นรูปแพนตี้ตามในรูป พอเธอทำเสร็จก็บอกว่า "ストライカーズパンツ"(Striker's Pants) ซึ่งมุขนี้ล้อเลียนเรื่อง "Strike Witches" นั่นเองครับ
10.22
「じゃじゃーん! メタルギア!」
"แต่น แต๊น เมทัลเกียร์"
มุขนี้ก็ล้อเลียนเกมส์ซีรีส์ Metal Gear ครับ...
10.28
「じゃじゃじゃーん! わたパチ!」
"แต่น..แต่น..แต่น..แต๊น! วาตะปาจิ!"
เป็นขนมที่มีขายอยู่จริงๆ ครับ เป็นขนมนุ่นที่อมแล้วจะแตกในเสียงดังแป๊ะ..แป๊ะ...(pachi pachi = แปะๆ, wata = นุ่น)
10.45
หลังจากที่เล่นพันด้านจบลง เอลิสก็จะชวนเล่น เป่ายิ้งฉุบ (janken) เธอจะพูดว่า
"เป่ายิ้งฉุบแบบจำกัด จะให้ยืมเรือก็แล้วกัน..."
「限定ジャンケン。船を貸し切ってやるんだけど」
คำว่า 限定ジャンケン(Gentei Janken) นั้นล้อเลียนเกมส์การเล่นจากเรื่อง Tobaku Mokushiroku Kaiji (賭博黙示録カイジ) หรือในชื่อภาษาไทย "ไคจิ กลโกงเกมมรณะ" ซึ่งเพิ่งจะฉายเป็นภาคหนังโรงไปในญี่ปุ่น และยังมีออกในภาคมังงะ และอนิเมด้วย ส่วนเกมส์เป่ายิ้งฉุบนี้กติกาเป็นอย่างไรนั้น ผมคงต้องให้ไปหามาชมดูก่อนละครับ (เท่าที่ลองอ่านดูจะในหลายเว็บ เนื่อเรื่องน่าสนุกมากเลยทีเดียว)
ส่วน "ให้ยืมเรือ" ที่ว่านั่นก็เพราะว่า ตัวเอกของเรื่องจะอยู่ในเรือสำราญตะลุยเล่นเกมส์เดิมพันไปแทบจะตลอดทั้งเรื่อง
12.51
การวัดสายตา
ไม่ได้เป็นมุขแต่อย่างใดครับ เพียงแต่ภาพของแผ่นวัดสายตานี้อาจจะไม่คุ้นตากับชาวไทยมากนัก เพราะนี่เป็นการวัดสายตาแบบที่ใช้กันในประเทศญี่ปุ่น ภาพตัว C มากมายบนแผนภาพนั้นเรียกว่า วงแหวนแลนดอลต์(ランドルト環) ซึ่งให้เกียรติแก่ "Edmund Landolt" จักษุแพทย์ชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้คิดค้นขึ้น วิธีการวัดทำได้โดย ผู้ที่จะวัดสายตาจะทำการบอกว่า บริเวณที่แหว่งของตัว C ที่ผู้วัดชี้หันไปทางไหน
15.55
หลังจากที่เอลิสชมความสามารถทุกอย่างของประธาน เธอก็ประทับใจตามแบบฉบับของเด็ก แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่พอเอลิสเอ่ยปากไปประธานถึงกับอึ้งก็คือเรื่องการเรียน ในวิชาแรกวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ประธานก็ตอบไปเรื่อยเปื่อย และพอถึงวิชาที่สองคือ วิชาภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมะฟุยุผู้ชำนาญอาสาจะมาทดสอบความสามารถ มะฟุยุเริ่มเขียนคันจิไปบนกระดาน แล้วให้คุริมุอ่านซึ่งตัวแรกก็คือคำว่า
流石
ด้วยความที่ไม่เก่งประธานก็นั่งนึก เอ๊ะ..."ริ..ริวอะไรรึเปล่าหว่า" มะฟุยุเลยใบ้ให้ว่าคำนี้เธอเพิ่งจะพูดไปเมื่อกี๊นี้เอง ประธานนึกไม่ออกก็เลยตอบว่า "Stone Stream" (ลำธารหิน) มะฟุยุบอกว่า "ยอดไปเลยค่ะ ชื่อเหมือนกับเวทมนตร์เลย เพราะฉะนั้นถูกต้องค่ะ" แต่ความจริงแล้วคำตอบผิดครับ...
สำหรับผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นและได้เรียนคันจิมา เห็นครั้งแรกคงต้องคิดว่าคำนี้มันต้องอ่าน "ryuu-seki" อย่างแน่นอน แต่การอ่านแบบนั้นเป็นการอ่านตามเสียงจีนทั่วไป ซึ่งใช้ได้กับส่วนมากแต่สำหรับคำนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ เนื่องคำนี้เป็นคำที่อ่านด้วยเสียงพิเศษหรือที่เรียกว่า "อะเทจิ" คำนี้จริงๆ แล้วต้องอ่านว่า sasuga ซึ่งนิยมใช้ในสำนวนการกล่าวชมว่า "สมกับเป็น...(ฉลาด/เก่ง/)จริงๆ" หรือใช้ในอีกความหมายว่า "ขนาดเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือคนนั้นคนนี้ยัง ต้อง..."
ส่วนที่มะฟุยุบอกว่าเพิ่งจะพูดไปเมื่อตะกี๊ ซึ่งเธอได้พูดไปจริงๆ ครับ ประโยคนี้เป็นเธอพูดเป็นประโยคแรกในช่วงก่อนขึ้นคำถามคันจิ(ตอน 15.40) เธอพูดว่า
「さすがに漢字はやめといたほうが……」
(sasuga ni kanji wa yametoita houga...)
"(ขนาดเรื่องอื่นยังไม่ได้ เพราะฉะนั้น)คันจิน่ะอย่าเลยจะดีกว่านะคะ"
ส่วนที่ประธานตอบไปว่า Stone Stream ก็คงจะนึกว่าเป็นชื่อเฉพาะของอะไรสักอย่าง ที่มาจากภาษาต่างประเทศแต่อธิบายความหมายด้านล่างด้วยตัวคันจิ คำว่า 流石 นั้นถ้าแยกความหมายออกมาทีล่ะตัวก็จะได้ 流 ซึ่งหมายถึง "การไหล" ส่วน 石 หมายถึง "หิน" จึงกลายมาเป็น Stone Stream ในที่สุด
ส่วนคำถัดมาก็ยังคงเป็นคันจิที่มีเสียงอ่านพิเศษอีกเช่นกัน นั่นคือคำนี้ครับ
五月蠅い
ประธานจะบอกว่า
"เดือนพฤษภาคมเหรอ?" (五月 อ่านว่า gogatsu แปลว่า เดือนพฤษภาคม)
มะฟุยุเลยใบ้ว่า
"คำใบ้คือ ตัวประธานเองค่ะ"
ประธานคิด พลางทำหน้าอมยิ้ม แล้วตอบไปว่า
"ผู้ที่รอบรู้ทุกเรื่อง ทำอะไรก็ทำได้หมดทุกด้าน(zenchizennou)" [全知全能]
มะฟุยุบอกว่า "ถูกค่ะ" ซึ่งแท้จริงคำตอบผิดครับ...จริงๆ แล้วคำนี้ต้องอ่านว่า Urusai ที่หมายความว่า "น่ารำคาญ" (แต่ประธานก็ดันไม่รู้ว่า ถูกมะฟุยุแอบด่า)
คำนี้ถ้าแยกคำออกเป็น 五月 + 蠅 อาจจะแปลได้ว่า "แมลงวันเดือนห้า" เพราะช่วงเดือนห้าแมลงวันอาจจะชุกชม จึงดูน่ารำคาญ เลยคาดว่านี่อาจจะเป็นที่มาของคำนี้
และคำสุดท้ายก็คือคำนี้ครับ
五月雨
ประธานจะพูดว่า
"เดือนห้าอีกแล้วเหรอ?"
มะฟุยุเลยตอบว่า
"เดือนห้ามีสิ่งมหัศจรรย์ให้ชวนค้นหาอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ และคำใบ้คราวนี้ก็คือ สภาพอากาศค่ะ"
ประธานพูดตอบกลับไปว่า
"..สภาพอากาศในเดือนห้าอย่างงั้นเหรอ...อ้อใช่"
มะฟุยุพยักหน้ารับความมั่นใจของประธาน ประธานเลยตอบไปอย่างมั่นใจว่า
"Armageddon" (โอ้แม่เจ้า... = =')
อันที่จริงคำนี้อ่านว่า samidare หรือ satsuki-ame ซึ่งหมายถึง ฝนที่อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤษภาคมในญี่ปุ่น
17.30
ภาพนี้เป็นตอนที่มินัตสึถามโจทย์ปัญหาการคำนวณเลขง่ายๆ ภาพป้ายในรูปนี้ล้อเลียนชื่อมินิมาร์ท LAWSON(ローソン: ลอวสัน)
24.23
คำพูดในฉากตัวอย่างตอนต่อไป
เอลิสจะชวนคุณพี่ริริเชียของเธอเล่นต่อคำ และทั้งสองก็แข่งกันต่อคำว่าอะลูมิเนียม จนถึงคำสุดท้ายเอลิสจะปิดด้วยความว่า
"Mu Aruminiu-mu"
ริริเชียเลยพูดว่า "อะลูมิเนียมกำลังจะหมดไปแล้ว" (アルミニウムが無くなってる)
มุขนี้เป็นมุขภาษา คำว่า 無(มุ) เป็นคำที่ใช้วางไว้หน้าคำนามแปลว่า "ไม่มี" ดังนั้น 無アルミニウム(Mu Aruminiumu) ก็คือ "ไม่มีอะลูมิเนียม" นั่นเอง
Software ที่ริริเชียใช้
ดูผิวเผินจะพบว่า Interface คล้าย Photoshop มากครับ แถมยังมีฉากยืนยันที่ชัดในตอนฉากตอนที่เอลิส(น้องของริริเชีย)เดินเข้ามา ถ้าดูที่หน้าจอตรง Title Bar จะเห็นชัดเลยครับว่า เขียนว่า Adobe Photoshop จริงๆ
05.49
ของที่เอลิสจังนำมาใช้เล่นแทนหูฟังของแพทย์ ความจริงแล้วคือ Magic Ink(マジックインキ) ซึ่งเป็น Permanent Marker Pen ของ "บริษัทอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์เทระนิชิ จำกัด" (寺西化学工業株式会社) ตั้งแต่เริ่มวางขายครั้งแรกในปี 1953 ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนญี่ปุ่น และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นตราที่คนนิยมใช้ และรู้จักกันมากที่สุด

Magic Ink
06.46
ตุ๊กตา?
หลังจากที่การเล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้จบลงไป เอลิสจึงเปลี่ยนมาเล่นตุ๊กตา ทีแรกก็คิดว่าตุ๊กตาจะเป็นแบบเด็กผู้หญิงน่ารักอย่างแมรี่จังที่ยกขึ้นมาตัวแรก แต่ตุ๊กตาอีกตัวนั้นกลับเป็นตุ๊กตาผู้ชายตัวอ้วนพริ้ว เอลิสบอกว่า ตุ๊กตาตัวนี้ชื่อ แอนโดรปอฟ(アンドロポフ) ซึ่งอันที่จริงแล้วชื่อนี้มาจาก "ยูริ วลาดิมิโรวิช แอนโดรปอฟ" (Yuri Vladimirovich Andropov) เขาคนนี้เป็นประธานผู้ดำรงตำแหน่ง KGB (คล้ายๆ กับหน่วย CIA ของสหรัฐ แต่เป็นของโซเวียต ปัจจุบันยุบไปแล้ว) โดยเขาคนนี้ได้ดำรงตำแหน่งประธาน KGB ถึง 4 สมัยซ้อน และเขายังได้เป็นประธานธิบดีคนที่ 9 ของสหภาพโซเวียตด้วย
เนื่องจากมุขนี้เป็นอีกมุขที่เสี่ยงคุก สุกิซากิเลยพูดขึ้นมาก่อนเล่นว่า
"อยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นไอของเรื่องผิดกฎหมายขึ้นมา..."
「何か犯罪の匂いがするんですが」
Yuri Vladimirovich Andropov
08.00
หลังจากการเล่นตุ๊กตาจบลงไป คราวนี้เอลิสก็เลยเปลี่ยนมาเล่น "ชิริโทริ" หรือ "การเล่นต่อคำ" ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง กติกาโดยทั่วไปของการเล่นก็คือเริ่มจากคำใดก็ได้หนึ่งคำ ทำการต่อคำโดยใช้ตัวอักษรตัวสุดท้ายเป็นตัวอักษรตัวแรกของคำถัดไป หากคนไหนไม่สามารถต่อคำใหม่ได้ในเวลาที่กำหนด หรือคำที่พูดออกมาลงท้ายด้วยตัว ん(อึ้น) ก็จะถือว่าแพ้ไปครับ
เริ่มด้วยยกแรก สุกิซากิเริ่มก่อน โดยบอกว่า
"งั้นก็เริ่มจากตัว ri ของ ชิริโทริ...คำว่า ri-su"
(เพื่อไม่ให้ดูยาก ต่อจากนี้ผมขอเขียนในรูปแบบนี้นะครับ "สุกิซากิ -> เอลิส")
"Risu" -> "suisanka Aruminiu-mu"
リス > 水酸化アルミニウム
(กระรอก > อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์)
"mushi" -> "Shousanka Aruminiu-mu"
虫 > 硝酸化アルミニウム
(แมลง > อะลูมิเนียมไนเตรต) *อันที่ถูกจริงๆ คือ Shousan Aruminiu-mu
"muchi" -> "Chikka Aruminiu-mu"
無知 > 窒化アルミニウム
(ความเขลา -> อะลูมีเนียมไนไตรด์)
"muri" -> "Ryuusanka Aruminiu-mu"
無理 > 硫酸化アルミニウム
(ความเป็นไปไม่ได้ -> อะลูมิเนียมซัลเฟต) *อันที่ถูกจริงๆ ต้องเป็น Ryuusan Aruminiu-mu
"Muusu" -> " Suisoka Aruminiu-mu"
ムース > 水素化アルミニウム
(มูสครีม -> อะลูมิเนียมไฮไดรด์)
ยกนี้สุกิซากิถึงกับต้องยอมแพ้ครับ เพราะแต่ละอันที่เธอยกมามีแต่อะลูมิเนียมทั้งนั้นเลย ในการเล่นเกมส์ต่อคำนั้นจริงๆ มีเทคนิคแกล้งคนคือ ในภาษาญี่ปุ่นจะมีตัวลงท้ายที่ทำให้ผู้เล่นอีกฝ่ายเล่นลำบากคือ เช่น -ru / -mu / -nu
ยกแรกสุกิซากิยกธงขาว เอลิสเลยชวนเล่นอีกรอบโดยบอกว่า คราวนี้จะไม่เล่นคำว่าอะลูมิเนียมแล้ว สุกิซากิก็เลยยอมเล่นต่อ
สุกิซากิ: อืมม เอาแบบคนทั่วไปเค้าเล่นกันนะ งั้นก็เริ่มจาก "rinsu" (rinse = การล้าง)
เอลิส: su..su..suniikaa! (รองเท้าผ้าใบ)
สุกิซากิ: ในที่สุดก็เป็นแบบคนทั่วไปเล่นสักที งั้นก็ kaede (ต้นเมเปิ้ล)
เอลิส: dengeki (ไฟฟ้าช็อต)
สุกิซากิ: dengeki? ki..kisu (Kiss)
เอลิส: su....Suupaa Dasshu (Super Dash)
สุกิซากิ: เอลิสจัง..เธอจงใจสินะ?
เอลิส: เอ๋? พูดอะไรกันคะ? เอลิสไม่เห็นจะเข้าใจ
สุกิซากิ: งั้น.นี่ล่ะ..shufu (แม่บ้าน)
เอลิส: ฟุ?..ฟุ..
สุกิซากิ: ก็รู้อยู่แล้วนี่..ฟุ ไง ฟุ
เอลิส: ฟุ?
สุกิซากิ: ใช่
เอลิส: อ๊ะ!
สุกิซากิ: ได้แล้วสินะ!
เอลิส: Famitsuu! (ファミ通) *อ่านว่า Fa จริงแต่ตัวแรกเป็นตัว Fu ก็ถือว่าใช้ได้
สุกิซากิ: เอลิสจังนี่เล่ยจงใจแกล้งกันนี่นา! ต้อง Fantasia สิถึงจะถูก
เอลิส: เอลิสไม่เห็นจะเข้าใจเลย
อันแท้ที่จริงแล้ว คำที่เอลิสยกขึ้นมาพูดทุกคำนั้นเป็นการล้อเลียน ชื่อบริษัทนิยายไลท์โนเวลของญี่ปุ่นทั้งสิ้นครับ
スニーカー (Sneaker) มาจาก スニーカー文庫 (Sneaker Bunko)
電撃 (Dengeki) มาจาก 電撃文庫 (Dengeki Bunko)
スパーダッシュ (Super Dash) มาจาก スパーダッシュ文庫 (Super Dash Bunko)
ファミ通 (Famitsuu) มาจาก ファミ通文庫 (Famitsuu Bunko)
ส่วนที่สุกิซากิพูดว่ามันต้อง Fantasia สิอันที่จริงแล้ว Fantasia นี้ก็มาจาก Fantasia Bunko ซึ่งเป็นบริษัทจัดจำหน่ายเรื่อง Seitokai no Ichizon นี้นั่นเอง แต่ชื่อที่เอลิสยกมาทุกอันล้วนแต่เป็นของบริษัทอื่นทั้งสิ้น มุขนี้ก็เลยต้องการจะแสดงความน้อยใจนั่นเอง...
10.17
มุขนี้เป็นตอนที่เอลิสจะเล่นพันด้าย(อายะโทริ: 綾取り) ให้สุกิซากิได้ดู ซึ่งลายแรกที่เธอทำก็เป็นรูปแพนตี้ตามในรูป พอเธอทำเสร็จก็บอกว่า "ストライカーズパンツ"(Striker's Pants) ซึ่งมุขนี้ล้อเลียนเรื่อง "Strike Witches" นั่นเองครับ
10.22
「じゃじゃーん! メタルギア!」
"แต่น แต๊น เมทัลเกียร์"
มุขนี้ก็ล้อเลียนเกมส์ซีรีส์ Metal Gear ครับ...

10.28
「じゃじゃじゃーん! わたパチ!」
"แต่น..แต่น..แต่น..แต๊น! วาตะปาจิ!"
เป็นขนมที่มีขายอยู่จริงๆ ครับ เป็นขนมนุ่นที่อมแล้วจะแตกในเสียงดังแป๊ะ..แป๊ะ...(pachi pachi = แปะๆ, wata = นุ่น)
10.45
หลังจากที่เล่นพันด้านจบลง เอลิสก็จะชวนเล่น เป่ายิ้งฉุบ (janken) เธอจะพูดว่า
"เป่ายิ้งฉุบแบบจำกัด จะให้ยืมเรือก็แล้วกัน..."
「限定ジャンケン。船を貸し切ってやるんだけど」
คำว่า 限定ジャンケン(Gentei Janken) นั้นล้อเลียนเกมส์การเล่นจากเรื่อง Tobaku Mokushiroku Kaiji (賭博黙示録カイジ) หรือในชื่อภาษาไทย "ไคจิ กลโกงเกมมรณะ" ซึ่งเพิ่งจะฉายเป็นภาคหนังโรงไปในญี่ปุ่น และยังมีออกในภาคมังงะ และอนิเมด้วย ส่วนเกมส์เป่ายิ้งฉุบนี้กติกาเป็นอย่างไรนั้น ผมคงต้องให้ไปหามาชมดูก่อนละครับ (เท่าที่ลองอ่านดูจะในหลายเว็บ เนื่อเรื่องน่าสนุกมากเลยทีเดียว)
ส่วน "ให้ยืมเรือ" ที่ว่านั่นก็เพราะว่า ตัวเอกของเรื่องจะอยู่ในเรือสำราญตะลุยเล่นเกมส์เดิมพันไปแทบจะตลอดทั้งเรื่อง
12.51
การวัดสายตา
ไม่ได้เป็นมุขแต่อย่างใดครับ เพียงแต่ภาพของแผ่นวัดสายตานี้อาจจะไม่คุ้นตากับชาวไทยมากนัก เพราะนี่เป็นการวัดสายตาแบบที่ใช้กันในประเทศญี่ปุ่น ภาพตัว C มากมายบนแผนภาพนั้นเรียกว่า วงแหวนแลนดอลต์(ランドルト環) ซึ่งให้เกียรติแก่ "Edmund Landolt" จักษุแพทย์ชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้คิดค้นขึ้น วิธีการวัดทำได้โดย ผู้ที่จะวัดสายตาจะทำการบอกว่า บริเวณที่แหว่งของตัว C ที่ผู้วัดชี้หันไปทางไหน
15.55
หลังจากที่เอลิสชมความสามารถทุกอย่างของประธาน เธอก็ประทับใจตามแบบฉบับของเด็ก แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่พอเอลิสเอ่ยปากไปประธานถึงกับอึ้งก็คือเรื่องการเรียน ในวิชาแรกวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ประธานก็ตอบไปเรื่อยเปื่อย และพอถึงวิชาที่สองคือ วิชาภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมะฟุยุผู้ชำนาญอาสาจะมาทดสอบความสามารถ มะฟุยุเริ่มเขียนคันจิไปบนกระดาน แล้วให้คุริมุอ่านซึ่งตัวแรกก็คือคำว่า
流石
ด้วยความที่ไม่เก่งประธานก็นั่งนึก เอ๊ะ..."ริ..ริวอะไรรึเปล่าหว่า" มะฟุยุเลยใบ้ให้ว่าคำนี้เธอเพิ่งจะพูดไปเมื่อกี๊นี้เอง ประธานนึกไม่ออกก็เลยตอบว่า "Stone Stream" (ลำธารหิน) มะฟุยุบอกว่า "ยอดไปเลยค่ะ ชื่อเหมือนกับเวทมนตร์เลย เพราะฉะนั้นถูกต้องค่ะ" แต่ความจริงแล้วคำตอบผิดครับ...
สำหรับผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นและได้เรียนคันจิมา เห็นครั้งแรกคงต้องคิดว่าคำนี้มันต้องอ่าน "ryuu-seki" อย่างแน่นอน แต่การอ่านแบบนั้นเป็นการอ่านตามเสียงจีนทั่วไป ซึ่งใช้ได้กับส่วนมากแต่สำหรับคำนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ เนื่องคำนี้เป็นคำที่อ่านด้วยเสียงพิเศษหรือที่เรียกว่า "อะเทจิ" คำนี้จริงๆ แล้วต้องอ่านว่า sasuga ซึ่งนิยมใช้ในสำนวนการกล่าวชมว่า "สมกับเป็น...(ฉลาด/เก่ง/)จริงๆ" หรือใช้ในอีกความหมายว่า "ขนาดเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือคนนั้นคนนี้ยัง ต้อง..."
ส่วนที่มะฟุยุบอกว่าเพิ่งจะพูดไปเมื่อตะกี๊ ซึ่งเธอได้พูดไปจริงๆ ครับ ประโยคนี้เป็นเธอพูดเป็นประโยคแรกในช่วงก่อนขึ้นคำถามคันจิ(ตอน 15.40) เธอพูดว่า
「さすがに漢字はやめといたほうが……」
(sasuga ni kanji wa yametoita houga...)
"(ขนาดเรื่องอื่นยังไม่ได้ เพราะฉะนั้น)คันจิน่ะอย่าเลยจะดีกว่านะคะ"
ส่วนที่ประธานตอบไปว่า Stone Stream ก็คงจะนึกว่าเป็นชื่อเฉพาะของอะไรสักอย่าง ที่มาจากภาษาต่างประเทศแต่อธิบายความหมายด้านล่างด้วยตัวคันจิ คำว่า 流石 นั้นถ้าแยกความหมายออกมาทีล่ะตัวก็จะได้ 流 ซึ่งหมายถึง "การไหล" ส่วน 石 หมายถึง "หิน" จึงกลายมาเป็น Stone Stream ในที่สุด
ส่วนคำถัดมาก็ยังคงเป็นคันจิที่มีเสียงอ่านพิเศษอีกเช่นกัน นั่นคือคำนี้ครับ
五月蠅い
ประธานจะบอกว่า
"เดือนพฤษภาคมเหรอ?" (五月 อ่านว่า gogatsu แปลว่า เดือนพฤษภาคม)
มะฟุยุเลยใบ้ว่า
"คำใบ้คือ ตัวประธานเองค่ะ"
ประธานคิด พลางทำหน้าอมยิ้ม แล้วตอบไปว่า
"ผู้ที่รอบรู้ทุกเรื่อง ทำอะไรก็ทำได้หมดทุกด้าน(zenchizennou)" [全知全能]
มะฟุยุบอกว่า "ถูกค่ะ" ซึ่งแท้จริงคำตอบผิดครับ...จริงๆ แล้วคำนี้ต้องอ่านว่า Urusai ที่หมายความว่า "น่ารำคาญ" (แต่ประธานก็ดันไม่รู้ว่า ถูกมะฟุยุแอบด่า)
คำนี้ถ้าแยกคำออกเป็น 五月 + 蠅 อาจจะแปลได้ว่า "แมลงวันเดือนห้า" เพราะช่วงเดือนห้าแมลงวันอาจจะชุกชม จึงดูน่ารำคาญ เลยคาดว่านี่อาจจะเป็นที่มาของคำนี้
และคำสุดท้ายก็คือคำนี้ครับ
五月雨
ประธานจะพูดว่า
"เดือนห้าอีกแล้วเหรอ?"
มะฟุยุเลยตอบว่า
"เดือนห้ามีสิ่งมหัศจรรย์ให้ชวนค้นหาอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ และคำใบ้คราวนี้ก็คือ สภาพอากาศค่ะ"
ประธานพูดตอบกลับไปว่า
"..สภาพอากาศในเดือนห้าอย่างงั้นเหรอ...อ้อใช่"
มะฟุยุพยักหน้ารับความมั่นใจของประธาน ประธานเลยตอบไปอย่างมั่นใจว่า
"Armageddon" (โอ้แม่เจ้า... = =')
อันที่จริงคำนี้อ่านว่า samidare หรือ satsuki-ame ซึ่งหมายถึง ฝนที่อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤษภาคมในญี่ปุ่น
17.30
ภาพนี้เป็นตอนที่มินัตสึถามโจทย์ปัญหาการคำนวณเลขง่ายๆ ภาพป้ายในรูปนี้ล้อเลียนชื่อมินิมาร์ท LAWSON(ローソン: ลอวสัน)
24.23
คำพูดในฉากตัวอย่างตอนต่อไป
เอลิสจะชวนคุณพี่ริริเชียของเธอเล่นต่อคำ และทั้งสองก็แข่งกันต่อคำว่าอะลูมิเนียม จนถึงคำสุดท้ายเอลิสจะปิดด้วยความว่า
"Mu Aruminiu-mu"
ริริเชียเลยพูดว่า "อะลูมิเนียมกำลังจะหมดไปแล้ว" (アルミニウムが無くなってる)
มุขนี้เป็นมุขภาษา คำว่า 無(มุ) เป็นคำที่ใช้วางไว้หน้าคำนามแปลว่า "ไม่มี" ดังนั้น 無アルミニウム(Mu Aruminiumu) ก็คือ "ไม่มีอะลูมิเนียม" นั่นเอง
Tags: anime, drill, parody, seitokai no ichizon, มุข3 Comments



