วิํธีการเล่นไพ่นกกระจอก ตอน 1: Basic Gameplay
posted on 23 May 2009 15:23 by kotorichan in MahjongBasic Gameplay
เป้าหมายในการเล่น
ก่อนอืนเรามาทำความรู้จักกับคำว่า ชุด(Mentsu) กับ คู่(Atama) ก่อนครับ
ชุด(Mentsu) หมายถึง ไพ่จำนวนตั้งแต่ 3 - 4 ใบทีมาเข้าชุด ในไพ่นกกระจอกมีรูปแบบของการเข้าชุดอยู่ 3 แบบ อันได้แก่
1. ชุดเรียง(Juntsu)
เป็นชุดไพ่ 3 ใบที่มีเลขเรียงต่อเนื่องกัน ดังตัวอย่าง
ชุดเรียงที่ถูกต้อง







ชุดเรียงที่ไม่ถูกต้อง







2. ชุดตอง(Koutsu)
เป็นชุดไพ่ 3 ใบที่มีหน้าไพ่เหมือนกัน ดังตัวอย่าง
ชุดตองที่ถูกต้อง











ชุดตองที่ไม่ถูกต้อง







3. ชุดคั่ง(Kantsu)
เป็นชุดไพ่ 4 ใบที่มีหน้าไพ่เหมือนกัน ดังตัวอย่าง
ชุดคั่งที่ถูกต้อง







ชุดคั่งที่ไม่ถูกต้อง




ต่อไปคือ "ชุดคู่" หรือ Atama หมายถึงชุดของไพ่ 2 ใบที่มีตัวเลขเหมือนกัน ครับ ดังตัวอย่าง




ซึ่งวิธีการชนะหลักๆ ของไพ่นกกระจอก ก็คือการรวบรวมไพ่ให้ได้
4 ชุด + 1 คู่
ตัวอย่างชุดไพ่ที่สามารถขานชนะได้














ตัวอย่างชุดไพ่ที่ยังไม่สามารถขานชนะได้














เนื่องจาก ยังขาดอีก 1 ชุด รอบนี้อาจทำได้โดยการทิ้ง
แล้วรอเก็บไพ่
หรือ
ก็จะสามารถขานชนะได้
ถึงกระนั้นก็มีอยู่บ้างที่เราไม่อาจจะชนะได้ เนื่องจากเงื่อนไขที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเล่นไพ่นกกระจอกญี่ปุ่นคือ ทุกครั้งที่เราจะขานชนะเราต้องมี ยาคุ อย่างน้อย 1 ยาคุ ในการขานเพื่อเอาชนะ ในตอนนี้ขอยังไม่อธิบายถึงตรงนั้นครับ
เมื่อไพ่เราพร้อม 4 ชุด + 1คู่ ไม่ว่าจะด้วยการเก็บมาจากคู่ต่อสู้ หรือ หยิบขึ้นมาได้เอง เราจำเป็นต้องขานชนะ เรียกว่า "อาการิ" ซึ่งจะมีอยู่ 2 คำ คือ ron(ร่ง) และ tsumo(สึโมะ)
- ron ใช้ขานชนะ เมื่อไพ่ที่ทำให้ชนะเป็นไพ่ที่คู่ต่อสู้ทิ้งลงมา แต้มที่ได้รับจะได้มาจากผู้เล่นที่เป็นคนทิ้งให้ชนะคนเดียว เราเรียกคนที่ทิ้งไพ่ใบนั้นว่า "คนทิ้งโง่"
- tsumo ใช้ขานชนะ เมื่อไพ่ที่ทำให้ชนะเป็นไพ่ที่เราหยิบขึ้นมาได้เอง ผู้เล่นคนอื่นๆ จะต้องแบ่งกันจ่าย
ก่อนการเล่น
ก่อนการเล่นในแต่ละเกมส์ จะต้องทำการเลือกที่นั่ง และ เลือกเจ้ามือตาแรก
- การเลือกที่นั่ง
แล้วแต่จะตกลงวิธีกัน แต่วิธีที่นิยมใช้คือจะทำการจับสลากเลือกที่นั่งจากการหยิบตัวไพ่ทิศขึ้นมาดูว่าใครจะได้นั่งตรงไหน
- การเลือกเจ้ามือตาแรก
ใช้วิธีทอดเต๋า 2 ลูกกำหนดใครได้แต้มสูงสุดก็จะได้เป็นเจ้ามือตาแรก
ก่อนการเล่นในแต่ละรอบ
จะต้องมีขั้นตอนต่อไปนี้ทุกครั้งก่อนการเล่นในแต่ละรอบ
- การตั้งกำแพงไพ่
ให้ผู้เล่นทั้ง 4 คนช่วยกันตั้งกำแพงไพ่ของตนเอง ซึ่งมี ความยาวทั้งหมด 17 ใบ ความสูงทั้งหมด 2 ชั้น (รวมแล้วใช้ไพ่ทั้งหมด 34 ใบ มี 4 ด้านรวม 136 ใบพอดี)
- การจ่ายไพ่
เมื่อตั้งกำแพงครบทั้ง 4 ด้านแล้ว ต่อไปจะเป็นการจ่ายไพ่ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. เจ้ามือทอดเต๋า 2 ลูก จากนั้นให้เริ่มนับกำแพงของตนเองเป็นกำแพงที่ 1 วนไปทางขวาของตนเอง (ทิศทวนเข็ม) นับวนไปจนกระทั่งได้เลขตรงตามแต้มที่ทอดได้
2. จากนั้นให้นับไพ่ในทิศทางตามเข็มนาฬิกาเข้ามาตามจำนวนแต้มที่ทอยได้
3. เริ่มจ่ายไพ่ให้กับเจ้ามือ 2 กอง (4 ใบ) โดยให้เริ่มจากไพ่ที่อยู่ถัดจากกองที่นับได้ในขั้นตอนที่ 2 วนตามเข็มนาฬิกา
4. ผู้เล่นคนที่ 2, 3, 4 เริ่มหยิบไพ่ 2 กอง (4 ใบ) ตามลำดับ(นับลำดดับของผู้เล่นทวนเข็ม) วนหยิบจนได้ครบคนละ 12 ใบ
5. เจ้ามือหยิบไพ่ถัดไปจากกอง 1 ใบ จากนั้นผู้เล่นคนที่ 2, 3, 4 ก็ผลัดกันหยิบเรียงกันอีกคนละ 1 ใบ ตอนนี้ทุกคนมีไพ่คนละ 13 ใบ
6. เจ้ามือหยิบไพ่ใบที่ 14 ซึ่งถือว่าเป็นไพ่ใบแรกในการจั่วของเจ้ามือ
7. หงายไพ่โดร่าใบแรกขึ้น (จะอธิบายอีกครั้งในหัวข้อ "ไพ่บนกองพิเศษ" ข้างล่าง)
8. เริ่มการเล่นตามปกติ โดยเจ้ามือจะเปิดการเล่นในตาแรกของตนเองด้วยการทิ้งไพ่ลงมา 1 ใบ
หากไม่เข้าใจมีภาพตัวอย่างประกอบ ตัวอย่างข้างล่างนี้เจ้ามือ ทอยได้ 10 ครับ
ขั้นตอนแรก: เลือกกำแพงที่จะพัง และ ตำแหน่งเริ่มต้นจ่ายไพ่
*วิธีง่ายๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาอาจทำโดยการนำเลขที่ทอยได้ไปหารด้วย 4 แล้วดูจากเศษที่ได้ ตามแผนภาพข้่างต้น
ขั้นตอนที่สอง: จ่ายไพ่ (ตัวเลข แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นใดจะได้ไพ่กองใด/ใบใด ไปครับ)

ภาพนำมาจากเกมส์ こん僕麻雀
การเล่นทั่วไปในแต่ละรอบ
ในแต่ละตาผู้เล่นทุกคนจะมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ
1. เรียกไพ่จากคนอื่น จะอธิบายต่อไป
2. จั่วไพ่จากกำแพง ซึ่งทำได้โดยการหยิบไพ่จากกำแพงที่อยู่ใบซ้ายสุดของกำแพงวนตามทิศตามเข็มนาฬิกา หากไพ่ในกองนั้นมีไพ่ซ้อนกันอยู่ 2 ใบ ต้องหยิบใบบนก่อนเสมอ
เมื่อเสร็จขั้นตอนที่ 1 หรือ 2 แล้ว จะต้องทิ้งไพ่ที่อยู่บนมือ 1 ใบ วิธีการทิ้งไพ่ให้ทิ้งลงมา โดยไพ่ที่ทิ้งลงมาใบล่าสุดให้วางทางขวาของไพ่ที่ทิ้งลงไปในตาที่แล้ว เมื่อวางได้แถวครบ 6 ตัว แล้วให้ตัดไปขึ้นแถวใหม่ เพื่อความเป็นระเบียบในการเล่น
การเรียกไพ่
การเรียกไพ่ทุกครั้งจะต้องมีการขานเรียกไพ่ ซึ่งการขานเรียกจะมีอยู่ 3 แบบ ได้แก่ chii(จี่), pon(ป้ง), kan(คั่ง) เมื่อเรียกและทำตามขั้นตอนเสร็จทุกครั้ง ผู้เล่นที่อยู่ฝั่งทางขวาของผู้เรียกจะได้สิทธิเล่นเป็นคนต่อไป
- chii
เป็นการเรียกไพ่ที่ถูกทิ้งลงมาของคู่ต่อสู้ใบล่าสุด โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นผู้เล่นคนทางซ้ายมือเท่านั้น เพื่อทำให้กลายเป็น ชุดเรียง มีขั้นตอนดังนี้
1. ขานคำว่า "จี่" พร้อมกับดันไพ่ 2 ใบที่จะใช้เข้าชุดเรียงลงมาให้ผู้เล่นคนอื่นได้เห็น
2. หยิบไพ่ที่ผู้เล่นทางซ้ายทิ้งมาแล้ววางตามแผนภาพด้านล่าง
3. ทิ้งไพ่บนมือ 1 ใบ เป็นอันเสร็จสิ้นการเล่นในตานั้น
แผนภาพของการวางไพ่ที่เรียกมาที่ถูกต้อง





- pon
เป็นการเรียกไพ่ของคู่ต่อสู้ ที่ถูกทิ้งลงมาใบล่าสุด เพื่อทำให้การเป็นชุดตอง มีขั้นตอนดังนี้
1. ขานคำว่า "ป้ง"พร้อมกับดันไพ่ 2 ใบที่จะใช้เข้าชุดตองลงมาให้ผู้เล่นคนอื่นได้เห็น
2. หยิบไพ่ที่ผู้เล่นทิ้งลงมาแล้ววางตามแผนภาพด้านล่าง
3. ทิ้งไพ่บนมือ 1 ใบ เป็นอันเสร็จสิ้นการเล่นในตานั้น
แผนภาพของการวางไพ่ที่เรียกมาที่ถูกต้อง
![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() |
| เรียกจากผู้เ่ล่นทางซ้าย | เรียกจากผู้เ่ล่นฝั่งตรงข้าม | เรียกจากผู้เ่ล่นทางขวา |
- kan
จะอธิบายในหัวข้อของการคั่งตรงข้างล่างอีกทีครับ
ข้อควรระวังในการ chii
1. เรียกได้จากผู้เล่นทางซ้ายเท่านั้น
2. หากในตอนนั้นมีผู้เล่นคนอื่นขาน "pon" หรือ "kan" ตามกฎถือว่า การ chii มีศักย์น้อยกว่าการ pon หรือ kan ผลคือจะทำให้ผู้เล่นที่เรียก pon/kan ได้ไพ่นั้นไปแทน
3. ไพ่ที่ทิ้งจะต้องไม่ใช่ไพ่ใบเดียวกับไพ่ที่รอในการเข้าชุดเรียงนั้นๆ เช่น
ตัวอย่าง บนมือมีไพ่






สมมุติว่า ผู้เล่นก่อนหน้าทิ้ง
มาแล้วเราอยาก จะเก็บมาทำชุด 

แล้วทิ้ง
หรือ
แบบนี้จะทำไม่ได้เพราะ ชุด 
มีตัวที่รอคือ
กับ
ตามกฎคือไพ่ที่ทิ้งต้องไม่ใช้ไพ่ที่รอเข้าชุดเรียงนั้นๆ
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
*ให้สังเกตว่า การเรียกด้วยการ pon (รวมถึง kan ด้วย) บางครั้งจะทำให้ผู้เล่นบางคนถูกข้ามตาการหยิบไพ่
*การเรียกด้วยการ chii/pon/kan ก็ดี มีผลทำให้ลำดับของไพ่ที่จะหยิบได้เปลี่ยนไปจากเดิมเสมอ (เกิดการเปลี่ยนกระแสของเกมส์)
ไพ่บนกองพิเศษ (Wanpai)
ไพ่บนกองพิเศษคือไพ่ 7 กองสุดท้ายของกำแพงไพ่ (เมื่อนับรวมแล้วจะมี 14 ใบ) ซึ่งไพ่ทั้งหมดนี้จะไม่อนุญาตให้หยิบ หรือพลิกดูได้ตามการเล่นตามปกติ

ส่วนประกอบของกองไพ่พิเศษซึ่งเป็นไพ่ 7 กองสุดท้ายของกำแพง
ซึ่งไพ่แต่ละใบจะมีความหมายแตกต่างกันดังนี้ (ดูแผนภาพข้างบนประกอบครับ)
- ไพ่ Rinshan เป็นไพ่ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่ง 2 กองสุดท้ายของกำแพง เป็นไพ่กองหยิบเสริมใช้หยิบทดแทนเมื่อมีการเรียกคั่ง
- กองไพ่ Dora เป็นไพ่ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งถัดมาจากกอง rinshan มีทั้งหมด 5 กอง ใบแรกจะหงายขึ้นตอนเริ่มเกมส์ ส่วนใบอื่นจะหงายขึ้นเมื่อมีการคั่งเกิดขึ้น ดูรายละเอียดของไำพ่โดร่าคลิกที่นี่
- Ura-Dora เป็น ไพ่ใบล่างของกองไพ่ Dora จะเปิดใช้งานได้เมื่อคนชนะ มีการขานริจจิไว้ก่อน มีคุณสมบัติเหมือนไพ่ Dora ใบบนทุกประการ
การคั่ง
ใช้การเปล่งเสียงว่า "คั่ง" เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าเรากำลังจะทำ "ชุดคั่ง" ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบ แยกตามวิธีการทำ
1. Daiminkan(คั่งเรียก) เป็น การเรียกไพ่ที่ใบล่าสุดที่คู่ต่อสู้ทิ้งลงมา เพื่อมาทำให้ชุดตองที่มีอยู่บนมืออยู่แล้ว กลายเป็นชุดคั่ง
2. Ankan(คั่งมืด) ทำได้ในตาของตนเองเท่านั้น ซึ่งทำได้โดยเมื่อมีไพ่เป็นชุดคั่งในมือจนครบแล้ว ผู้เล่นจะประกาศคั่งแบบนี้ในตาไหนของเขาก็ได้
3. Kakan(คั่งเพิ่ม) ทำได้ในตาของตนเองเท่านั้น ทำได้โดยการหยิบได้ไพ่ที่ตรงกับชุดตองที่เคยเรียกไปก่อนหน้านั้นแล้ว เช่น เคยตอง 3มัง ไปแล้ว ต่อมาจับได้ 3มัง เราสามารถที่จะเพิ่ม 3มัง ที่หยิบเข้ามานี้ลงไปในชุดตองที่เคยทำไว้เพื่อทำให้เป็นชุดคั่งได้
มีเฉพาะการคั่งแบบที่ 1 กับ 3 เท่านั้นที่ถือว่าเป็นการเรียกไพ่ แต่การคั่งแบบที่ 2 ไม่ถือว่าเป็นการเรียกไพ่ ฉะนั้นหน้าไพ่ของผู้เล่นที่ทำ ankan ถ้าเดิมหน้าไพ่ปิด (Menzen) ก็จะถือว่ายังเป็นหน้าไพ่ปิดอยู่เหมือนเดิม
วิธีการวางไพ่เวลาเรียกคั่งที่ถูกวิธี
กรณีของ Daiminkan
![]() ![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() หรือ ![]() ![]() ![]() ![]() |
![]() ![]() ![]() ![]() |
| เรียกจากผู้เ่ล่นทางซ้าย | เรียกจากผู้เ่ล่นฝั่งตรงข้าม | เรียกจากผู้เ่ล่นทางขวา |
กรณีเป็น Ankan



หรือ 


กรณีเป็น Kakan ให้วางไว้บนไพ่ที่นอน
สมมุติว่าตอนแรกวางชุดตองที่เคยเรียกเป็น


ก็ให้วางไพ่ที่จั่วได้ใบที่ 4 บนไพ่ที่นอนอยู่ จะได้เป็นรูป 


ขั้นตอนในการคั่ง
1. ขาน "คั่ง"
2. ถ้าเป็นคั่งมืด กับ คั่งเรียก ให้ผลักไพ่ที่มีบนมือออกมาโชว์ให้ผู้เล่นคนอื่นได้เห็น แต่ถ้าเป็นคั่งเสริมก็ให้โชว์หน้าไพ่ที่หยิบได้นั้นให้ผู้อื่นได้ดู จากนั้นก็ให้เรียงตามแผนภาพข้างบน
3. หยิบไพ่จากกอง Rinshan 1 ใบ (หยิบให้ถูกลำดับด้วย ดูแผนภาพไพ่บนกองพิเศษหัวข้อก่อนหน้าประกอบ)
4. นำไพ่ haitei(ไพ่ใบสุดท้ายของกำแพงจั่ว) ไปวางไว้ต่อถัดจากกองโดร่ากองสุดท้าย เพื่อทดไพ่กองพิเศษให้เหลือ 14 ใบเสมอ (มีผลทำให้ haitei เดิมกลายเป็นไพ่เน่า)
5. ทิ้งไพ่บนมือ 1 ใบ เป็นอันเสร็จสิ้นการเล่นในตานั้น
*กรณีที่หยิบไพ่ Rinshan ขึ้นมาแล้วไพ่ครบชุด ที่ทำให้ขานชนะได้ จะทำให้ได้รับยาคุพิเศษแต้ม 1 ฮังทันที (Rinshankaihou)
การประกาศริจจิ
เมื่อไพ่บนมือเหลือรอไพ่อีกเพียงชุดเดียว หรือรออีกคู่เดียว ก็จะชนะ เราจะเรียกว่าไพ่บนมือตอนนี้อยู่ในสถานะ Tenpai(เท็นไป) ซึ่งถ้าหากยังไม่เคยเรียกไพ่เลย จะทำให้สามารถประกาศริจจิ เพื่อบอกให้ทุกคนทราบว่าขณะนี้เราเท็นไปละนะ จะทิ้งก็ให้ระวังๆ กันหน่อยละกัน
ขั้นตอนการริจจิ มีดังนี้
1. สละ 1000 แต้มเป็นค่าริจจิ (หากแต้มน้อยกว่า 1000 จะริจจิไม่ได้)
2. ทิ้งไพ่ลงวางขวางในแนวนอนมา 1 ใบทางขวาของไพ่ที่ทิ้งใบล่าสุดในตาที่แล้ว โดยไพ่ที่ทิ้งลงมาต้องทำให้มือเป็นเท็นไป
3. วางไม้แต้ม 1000 ไว้ด้านหน้ากองไพ่ทิ้งไพ่ เป็นสัญลักษณ์ว่าริจจิแล้ว
เมื่อริจจิแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนไพ่บนมือได้อีก ต้องรอคนอื่นทิ้งลงมาให้เราชนะ หรือไม่ก็รอให้หยิบขึ้นมาได้เองเท่านั้น ริจจิเป็นยาคุแต้ม 1 ฮัง ซึ่งทำให้เราสามารถจบเกมส์ได้ทุกกรณี จึงแนะนำให้ผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มเล่นหัดใช้ให้คล่อง
ลักษณะมือที่เป็นเท็นไป













ไพ่บนมือนี้รอชุดเรียงอยู่ คือถ้าริจจิเรียบร้อยแล้วต่อมาได้
หรือ
มาก็ขานอาการิได้ (จะรอเก็บจากคนทิ้งโง่ หรือ หยิบได้เองก็ชนะได้เหมือนกัน)
Ryuukyoku
เมื่อไพ่ใบสุดท้ายถูกทิ้งลงมา แล้วไม่เหลือไพ่ในกองให้หยิบอีกแล้ว แล้วปรากฎว่าไม่มีใครชนะ เราจะเรียกว่า Ryuukyoku(流局 - รอบไหล)
ตามกฎทั่วไป คนที่ไพ่ของตนเท็นไปแล้ว จะเปิดไพ่ของตนเองออกมาโชว์ให้ผู้เล่นคนอื่นดู ส่วนคนที่ไม่เท็นไปเราเรียกว่า "โนเท็น" จะต้องโดนปรับโดย ให้คนที่โนเท็นทุกคนแบ่งกันเสียแต้มเท่าๆ กันรวมให้ได้ 3000 แต้ม จากนั้นแบ่งแต้ม 3000 นั้นให้กับคนที่เท็นไปทุกคนเท่าๆ กัน
หรือดูตามแผนภาพข้างล่างครับ
การเปลี่ยนรอบ
ปกติรอบจะเปลี่ยนเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
1. มีคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้ามืออาการิได้
2. เมื่อ Ryuukyoku แล้วเจ้ามือ No-ten
- ปกติรอบของการเล่นจะหมุนไปตามทิศของลม เรียงตาม ตะวันออก, ใต้, ตะวันตก จบลงที่เหนือ
- ในแต่ละรอบลมก็จะแบ่งออกเป็น 4 รอบเล็ก
- รอบจะเปลี่ยนเป็นรอบถัดไป เช่น จากรอบตะวันออก 2 ก็จะกลายเป็น ตะวันออก 3, รอบตะวันออก 4 ก็จะกลายเป็น รอบใต้ 1 เป็นต้น
- ปัจจบันนิยมเล่นจบรอบสุดท้ายที่รอบใต้ 4 (เรียกการเล่นแบบนี้ว่า Hanchan-sen)
หากไม่เกิดการเปลี่ยนรอบ ก็ให้เล่นในรอบเดิมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเปลี่ยนรอบ
ฮอนบะ
เป็นไม้แต้มสะสม เกิดจากการนำไม้คะแนน 100 มาวางกองไว้ ใครที่อาการิได้ก็จะได้กองนั้นไป การที่ไม้ฮอนบะจะเพิ่มขึ้นได้นั้นเกิดจาก
1. ไม่เกิดการเปลี่ยนรอบ เพราะตอน ryuukyoku เจ้ามือ Tenpai หรือ เจ้ามืออาการิได้ ในรอบนั้น
2. เกิดการเปลี่ยนรอบแต่การเปลี่ยนรอบนั้นเกิดจากการที่เจ้ามือ No-ten
ซึ่งเมื่อมีการขานอาการิได้ ผู้เล่นจะได้แค่แนนเพิ่มตามจำนวนของไม้ฮอนบะที่มีสะสม คูณกับ 300 แต้ม ในกรณีที่ ron คนที่ทิ้งโง่ก็จะเป็นคนเสียค่าโบนัสดังกล่าวนี้ให้คนชนะคนเดียว แต่ถ้าเป็น tsumo ก็ให้ทุกคนแบ่งกันจ่าย ดังตัวอย่าง
สมมติตอนนี้มี 4 honba
ถ้าล่งได้ คนที่ทิ้งโง่ต้องเสียเพิ่ม 1200 แต้ม ให้คนชนะ
ถ้าสึโมะ ทุกคนต้องเสียเพิ่มคนละ 400 แต้ม ให้คนชนะ
หากคนที่ไม่ใช่เจ้ามือขานอาการิได้ หลังจากที่เขาได้รับโบนัสเสร็จแล้ว ค่าของไม้ฮอนบะจะถูกรีเซตกลับเป็น 0 ใหม่
เงื่อนไขของการเสมอแบบพิเศษ
การเสมอแบบนี้จะไม่มีใครถูกปรับแต้ม และจะเกิดการเปลี่ยนรอบทันที (เจ้ามือก็โชคร้ายไป) บางกฎก็ให้มีการเพิ่มจำนวนไม้ฮอนบะขึ้นด้วย เงื่อนไขในการเสมอแบบพิเศษมีดังต่อไปนี้
- 九種九牌(kyuushukyuuhai)
เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นคนใดคนหนึ่งขอประกาศล้มไพ่ตนเอง เนื่องจากไพ่ 13 ใบ + ไพ่ที่หยิบ ในตาแรกของเขา มีไพ่ที่เป็นไพ่เยา (ไพ่ 1,9 หรือ อักษร) แตกต่างกันตั้งแต่ 9 ชนิดขึ้นไป การขอยอมล้มไพ่ทำได้ในตาแรกของการหยิบไพ่เท่านั้น
- 四風子連打(Suu-Fontsu-Rentaa)
เกิดขึ้นเมื่อไพ่ที่ทิ้งในตาแรกของผู้เล่นทั้ง 4 คนเป็นไพ่ลมชนิดเดียวกันทั้งหมด
- 四開槓(Suukaikan)
เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นเรียกคั่งเป็นครั้งที่ 4 ในรอบนั้น ถ้าเกิดการคั่งทั้ง 4 ครั้งเกิดจากผู้เล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จะถือว่าเกิด Suukaikan ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่เหลือไพ่ Rinshan ให้หยิบเมื่อ kan อีกแล้ว
แต่ถ้าการคั่งทั้ง 4 ครั้งเกิดจากผู้เล่นคนเดียว ซึ่งในตอนนี้บนมือของเขาคนนั้นจะเหลือไพ่อีก 1 ใบรอคู่ ก็จะชนะได้ (เป็นหนึ่งในยาคุมังที่ได้ยากมาก) ในกรณีนี้บางกฎจะไม่อนุญาตให้มีการคั่งอีก แต่บางกฎก็บอกว่าถ้ามีการคั่งให้ถือว่ารอบนั้นเสมอกันไป
- 四家立直(Suucha-Riichi)
เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่น 3 คนริจจิ แล้วต่อมามีผู้เล่นคนที่ยังไม่ได้ริจจิขอริจจิบ้าง เมื่อเขาทิ้งไพ่ตัวที่ริจจิลงไปแล้วไม่มีใครเก็บไปชนะ และคนถัดมาจับขึ้นมาแล้วไม่ชนะ จะถือว่าเสมอในรอบนั้นไปเลยทันที
- 三家和(Sanchahoo)
เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นขาน ล่ง ไพ่เดียวกัน พร้อมกัน 3 คน
ซึ่งหลายกฎที่ว่ามาทั้งหมดนี้เป็นกฎทั่วไป ส่วนจะเล่นยังไงนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันอีกทีของผู้เล่นอีกทีหนึ่ง






อยากได้ไผ่เหมือนกันค่ะ
>w<b
#1 By Camio on 2009-05-23 16:41