[Drill มุข] Seitokai no Ichizon Ep02
posted on 12 Oct 2009 20:36 by kotorichan in Anime, Project
รู้สึกว่ามุขตอนนี้เริ่มเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าตอนที่แล้ว สำหรับเนื้อเรื่องในตอนนี้ก็ยังคงความฮา น่ารักได้ไม่แพ้ตอนแรกครับ งั้นเราก็มาเริ่มกันเลยละกันครับ...
0.36
เป็นฉากก่อนที่ซุกิซากิจะเริ่มอ่านแบบสำรวจความต้องการในโรงเรียน หลังจากที่พูดว่า "งั้น จะเริ่มละนะ" จะมีโลโก้ตัวอักษรคำว่า Fight!! โผล่ขึ้นมา
เป็นโลโก้ที่ล้อเลียนเกมส์ Street Fighter เวลาก่อนจะเริ่มการต่อสู้(ถ้าดูจากฟอนต์จะพบว่าคล้ายกันมาก)
0.45
ฉากล้อเลียนตอนนี้เป็นตอนที่ซุกิซากิ อ่านคำต้องการของคนที่ 3 ซึ่งเขียนไว้ว่า
"อยากเป็นนักเขียน"
คุริมุก็เลยตอบกลับไปว่า
"ก็สมัครเข้าแข่งเขียนชิงรางวัลนิยายแนวแฟนตีซีสิ!"
หลังจากพูดจบจะมี URL ปรากฏขึ้นมา คือ http://www.fujimishobo.co.jp/ ซึ่งเป็น โฮมเพจของสำนักพิมพ์ Fujimishobo ที่เป็นเจ้าของฉบับนิยายของอนิเมเรื่องนี้ มุขนี้คงเป็นการโฆษณาสำนักพิมพ์ไปในตัว
0.49
มุขนี้ยังคงใช้เนื้อหาเดียวกับมุขก่อนหน้า โดยเริ่มจากซุกิซากิจะอ่านความต้องการของนักเรียนที่เขียนมาว่า
「図書館に電撃文庫が沢山あったよ?いいの?」
"ที่ห้องสมุดมีนิยายของเด็นเกคิอยู่เยอะแยะเลย? แบบนี้จะดีเหรอ?"
มุขนี้ล้อเลียนชื่อสำนักพิมพ์ Dengeki ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ไลท์โนเวลดังๆ หลายเรื่องที่คนไทยรู้จักกันดีเช่น Shakugan no Shana, Shigofumi, Spice and Wolf, Toaru Majutsu no Index ฯลฯ ถ้าเทียบกับ Fujimishobo แล้ว มีนิยายของเด็นเกคิหลายเรื่องที่ดังมากจนได้มาทำอนิเม มุขนี้เลยอาจจะเป็นการล้อเลียนบริษัทคู่แข่งนั่นเอง
1.07
ยังคงเป็นมุขของความต้องการของนักเรียนอยู่ มุขนี้เริ่มจากคำขอร้องของนักเรียนที่บอกว่า
「同人誌だしてもいいですか?」
"จะขอเอาเขียนเป็นโดจินได้มั้ย?"
คุริมุก็เลยตอบว่า
「ジュノはダメだからね?!」
"แต่ห้ามเป็น JUNE นะรู้มั้ย?!"
มุขนี้ล้อเลียนนิตรสาร JUNE ซึ่งเป็น Magazine การ์ตูนแนว Boy's Love (BL) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มโอตาคุหญิง
1.11
「人は何かを失わずには同等の対価を得られないのでしょうか!?」
"คนเราไม่อาจได้อะไรมาโดยปราศจากการสูญเสีย ไม่รู้เหรอครับ!?"
มุขนี้ล้อเลียนคำพูดเรื่อง Full Metal Alchemist ซึ่งในเรื่องนี้การเล่นแร่แปรธาตุจะต้องใช้ "กฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน"
คุริมุกลับเปลี่ยนมุขโดยพูดไปว่า 「がんばれ 右腕!」 "อดทนไว้นะ มือขวาของฉัน!" และก็จะมีไฟฟ้าเปรี้ยะๆ ขึ้นมาที่มือขวา ซึ่งมุขนี้ล้อเลียนตัวละครที่ชื่อ "คามิโจว โทมะ" เจ้าของฉายา "มือขวามหาซวย" ตัวเอกชายจากซีรีส์ Toaru Majutsu no Index และ Toaru kagaku no Railgun ซึ่งพลังพิเศษของโทมะก็คือสามารถสลายพลังพิเศษที่เกิดจากจินตนาการทุกชนิดลง ได้ เพียงใช้มือขวาแค่ข้างเดียว
*แต่ถ้าจะบอกว่าล้อเลียน Edward Elric จาก Full Metal Alchemist ก็น่าจะได้เช่นกัน แต่ถ้าดูจากท่านี้แล้ว และคำพูดนี้แล้วผมว่าโทมะจาก Index น่าจะตรงกว่า (ถ้าจำไม่ผิดโทมะมันก็พูดประโยคนี้ด้วยนะ)
04.24
ภาพจากมุขนี้ล้อเลียนภาพยนตร์ Bio Hazard ภาคหนังโรง ซึ่งในฉากนี้คุริมุแสดงเป็น Alice ตัวละครหลักของภาคหนังโรง ซึ่งนำแสดงโดย Milla Jovocich
04.34
シエスタ中起こさないでネ! (Siesta chuu okosanaidene!)
มุขนี้ไม่ได้ล้อเลียนอะไรเป็นพิเศษ แต่หลักๆ อยู่ที่คำว่า シエスタ (Siesta) ซึ่งเป็นคำในภาษาสเปนหมายถึงการนอนกลางวัน ดังนั้นประโยคนี้ก็ไม่มีอะไรนอกจะต้องการจะบอกว่า "กำลังนอนกลางวันอยู่ ไม่ต้องปลุก!" (ซาโตริ) --> ถึงไม่ล้อเลียน แต่มุขนี้ก็ทำให้เข้าใจถึงอาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบเขมือบโคลอนปังคนนี้ได้ดี ขึ้นนะ ^^
05.56
มุขนี้เริ่มหลังจากที่คุริมุให้แต่ละคนช่วยติวในเรื่องที่ถนัด ซึ่งวิชาแรกที่จะทำการติวก็คือว่าวิชาภาษาญี่ปุ่น มินัตสึบอกว่ามะฟุยุถนัดวิชานี้ก็เลขขอให้มะฟุยุช่วยติว ซึ่งมะฟุยุก็รับอาสาจะติวให้ โดยวิธีการติวของเธอก็คือ เธอจะเป็นคนคิดบทละคร และให้คุริมุตอบ เธอพูดว่า
"สมมุติว่า เมื่อคู่ต่อสู้ประกาศโจมตีเข้ามา แล้วในช่วงเวลานั้นเราก็เปิดการ์ดกับดักที่หมอบไว้ ซึ่งทำให้การ์ดเวทมนตร์ทุกใบในมือของคู่ต่อสู้ต้องถูกทิ้งไปที่สุสาน อยากให้ลองจินตนาการดูค่ะว่า คู่ต่อสู้จะพูดว่ายังไง"
คุริมุ ซึ่งทำหน้าเหมือนกับว่าไม่เคยเล่นไพ่มาก่อนก็เลยทำท่ากุมหัว และตอบไปว่า "เสร็จกัน!!" มะฟุยุเลยบอกว่า เพราะแบบนี้แหล่ะถึงทำคะแนนสอบได้ไม่ดี คำตอบที่ถูกต้องคือ
"กระจอกน่า!! เปิดการ์ดที่หมอบไว้ การ์ดเคาทเตอร์กับดัก การ์ดนี้จะทำให้กับดักที่ใช้ไปเมื่อตะกี๊ไม่เกิดผล!" (ใครจะไปรู้กันล่ะเนี่ย...- -')
ก็คิดว่าหลายคนคงจะทราบแล้ว มุขนี้ล้อเลียนการ์ดเกมส์เมจิค แอนด์ วิซาร์ด หรือที่บ้านเราเรียก "การ์ดยูกิ" นั่นเอง
(แต่เดี๋ยวก่อนสิ.. การ์ดที่เธอเปิดมันเป็นการ์ดของ ซากุระโนะ คุริมุ นี่นา แถมไม่ใช่การ์ดเกมส์ยูกิด้วย แถมพลังทุกค่าเป็น Infinity แบบนี้ ถ้ามีจริงคงโกงน่าดู... = =')
06.37
หลังจากแผนให้คุริมุเล่นตามบทพูดไม่สำเร็จ มะฟุยุก็เลยบ่นว่า
「鉛筆と消しゴム、どっちが攻めでどっちが受けか考察し、夜の会話を書きなさいって問題が出たらどうするつもりですか?」
"แล้วถ้าเกิดข้อสอบออกมาให้เขียนบทพูดฉากเรื่องบนเตียงว่า ระหว่างยางลบกับดินสอ ใครจะเป็นฝ่ายรุก ใครจะเป็นฝ่ายรับล่ะ จะทำยังไงคะ?"
มุขนี้ล้อเลียนความ Y(ยาโอย) ของมะฟุยุจัง คำว่า 受け(อุเคะ) กับคำว่า 攻め(เซะเมะ) แปลตรงๆคือ "ฝ่ายรุก" และ "ฝ่ายรับ" คำนี้สาวกสายพลังนี้คงรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าหมายความว่าอย่างไร... - -
07.22
มุขนี้เป็นมุขภาพ ถ้าดูที่ตราของโน้ตบุ๊คของซุกิซากิจะเขียนว่า AVIO ซึ่งล้อเลียนโน้ตบุ๊ค VAIO ของบริษัทโซนี่
07.27
หลังจากที่มินัตสึบอกว่า "ฉันไม่ใช่คาแรกเตอร์ในเกมส์ย่ะ" ซุกิซากิเลยบอกว่า แต่ไหนแต่ไรมินัตสึเก่งในด้านกีฬาแต่ไม่เก่งคณิตศาสตร์ ซึ่งในบทพูดท้ายสุด ซุกิซากิจะพูดว่า 数学は苦手でおじゃるよオロロン(Suugaku wa Nigate de ojaru yo ORORON) ซึ่งแปลว่า "พอไม่เก่งวิชาเลข ก็เลยกลายเป็น โอโระโรน" (คำว่า おじゃる เพี้ยนมาจากคำว่า おいでになる ซึ่งเป็นคำสุภาพของคำว่า 来る)
มุขนี้ล้อเลียนอนิเมเรื่อง 「ハクション大魔王」 (Hakushon Daimaou) (1969 - 1970) คำว่า "ฮะคุช่ง" เป็นเสียงเดียวกับคำว่า "ฮัดชิ่ว" ในภาษาไทย ส่วนคำว่า Daimaou คือ "ราชาปีศาจ" เรื่องนี้ราชาปีศาจของเรื่องไม่เก่งเลขเช่นเดียวกัน (เรื่องเก่ามากครับ ฉายตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลย)
08.18
มุขนี้เกิดขึ้นจากที่คุริมุถูกแอบดูสมุดจดวิชาเลข ซุกิซากิซึ่งเห็นคุริมุกำลังลำบากด้วยความที่เป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์แนวเรนไอมากก็เลยจินตนาการเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ว่าเป็นทางเลือก หรือที่เรียกกันว่า 分岐点(บุนคิเท็น)
ซึ่งในเกมส์แนวเรนไอนั้นเมื่อเราดำเนินเนื้อเรื่องไปจนถึงจนหนึ่ง จะมีชุดของคำถามที่เมื่อเลือกแล้วจะเป็นการเข้าสู่รูทของตัวละครนั้น (หมายถึงเข้าสู่เนื้อเรื่องที่จะนำไปสู่ฉากจบอย่างสมบูรณ์) ซึ่งปกติเวลาเล่นเกมส์ประเภทนี้จะมีช่องที่การเลือกทางเลือกหนึ่งจะทำให้ เข้าสู่เนื้อเรื่องของตัวละครนั้นๆ ไปเลย (เปลี่ยนไม่ได้อีกต่อไป หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า Flag แล้ว) ส่วนการเลือกทางอื่นจะเป็นทางเลือกอีกทาง เพื่อไม่ให้เสียเวลามานั่งกดเล่นใหม่ เวลาจะเลือกอีเวนต์แบบนี้จึงต้องมีการกดเซพไว้ก่อนกันพลาดนั่นเอง (ปกติ เกมส์พวกนี้จะมีช่องเซฟให้ใช้เยอะแยะ ซึ่งถ้า้เล่นโดยไม่มีบทสรุปจริงๆ ยังไงก็ต้องมีการเซฟไว้กันเหนียวอยู่แล้ว)
อินเตอร์เฟซทั่วไปของเกมส์แนวนี้
ช่องเซฟเกมส์มีให้ใช้เพียบ
08.39
「俺の5インチフロッピーが!」
"แผ่น Floppy 5 นิ้วของฉัน"
เมื่อก่อนย้อนกลับไปสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังไม่มีแผ่นซีดี การบันทึกข้อมูลจะทำลงในแผ่นฟลอปปี้ ซึ่งสมัยแรกๆ นั้นแผ่นฟล็อปปี้ที่ใช้กันในยุคแรกก็คือแผ่นขนาด 5.25 นิ้ว
จากซ้ายไปขวา แผ่นขนาด 8 นิ้ว (ผมเกิดไม่ทันใช้รุ่นนี้), 5.25 นิ้ว และขวาสุด 3.5 นิ้ว
ซึ่งแต่ละแผ่นก็จุได้จากน้อยไปมาก(เล็กจุได้มากกว่า่ใหญ่) แต่ปัจจุบันเนื่องจากมีแผ่นซีดีเข้ามาแทนที่ คนก็เลยเลิกใช้ดิสก์เหล่านี้กันหมดแล้ว
ซึ่งแต่ละแผ่นก็จุได้จากน้อยไปมาก(เล็กจุได้มากกว่า่ใหญ่) แต่ปัจจุบันเนื่องจากมีแผ่นซีดีเข้ามาแทนที่ คนก็เลยเลิกใช้ดิสก์เหล่านี้กันหมดแล้ว
13.12
มุขนี้เริ่มจากที่ซุกิซากิเอามือไปแตะเพื่อจะเปิดดูสมุดของจิซุรุ แต่จิซุรุจะรีบเดินเข้ามาห้ามแล้วบอกว่า "อย่าแตะเลยจะดีกว่านะ และก็ห้ามเขียนชื่อลงไปด้วยล่ะ...มิเช่นนั้น เธอจะต้องเดือดร้อนแน่" ว่าเสร็จจิซุรุก็หยิบแอปเปิ้ลแล้วโยนไปในอากาศ ทันใดนั้นแอปเปิ้ลก็ค่อยๆ หายไปเหมือนมีคนแทะ
มุขนี้ใครๆ ก็คงทราบกันดี เพราะว่ามุขนี้ล้อเลียนเรื่องเดธโน้ตนั่นเอง...
14.03
มุขนี้ไม่แน่ใจว่าตั้งใจจะล้อเลียนจริงรึเปล่านะครับ มุขนี้เริ่มจากที่ซุกิซากิพยายามให้คุริมุแสดงความเชื่อมันในฐานะของประธาน นักเรียนออกมา คุริมุก็เลยนั่งหลับตา กอดอก ระหว่างที่นั่งคิดก็มีเสียงเคาะดังเป็นงจังหวะ พอลืมตาขึ้นก็มีเสียง ป๊อง แต่คำตอบที่ได้คือ คิดไม่ออก
มุขนี้เหมือนจะล้อเรื่องอิคคิวซัง เวลาที่อิคคิวซังจะใช้ความคิดก็จะมีเสียงเคาะเป็นจังหวะ พอคิดออกก็จะมีเสียงปิ๊ง...
14.11
เป็นมุขหลังจากที่ทุกคนพยายามให้คุริมุพยายามคิดทบทวบตนเอง แต่เมื่อได้คำตอบที่ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมาซุกิซากิก็เลยล้มโต๊ะเหมือนกับในภาพ ในฉากนี้จะมีคำว่า 昭和名物卓袱台返し(Shouwameibutsu chabudaigaeshi) แปลตรงๆ ก็ "การล้มโต๊ะเวลาโมโหอันมีชื่อเสียงในสมัยโชวะ" มุขนี้ล้อเลียนอนิเมเบสบอลโด่งดังในสมัยโชวะเรื่อง 巨人の星(Kyojin no Hoshi) หรือ "ดาวของยักษ์" ยักษ์ในที่นี้หมายถึง ทีมไจแอนด์ (ชื่อทีมเบสบอลในญี่ปุ่น) ซึ่งมุขนี้ล้อเลียน 星一徹(โฮชิ อิทเท็ทสึ)พ่อของตัวเอกของเรื่องนี้ที่ชอบอาละวาดโมโหล้มโต๊ะกินข้าวอยู่ เป็นประจำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่มาของการเล่นมุขล้มโต๊ะในปัจจุบัน
ส่วนประโยคด้านล่างที่เขียนไว้ว่า "หลังจากนั้น สตาฟทุกคนก็ลงมือรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย" ดูแล้วเหมือนเป็นมุขล้อเลียนรายการตลกของญี่ปุ่นที่ชอบมีประโยคแบบนี้ขึ้นมา ที่จอ...
15.20

เป็นช็อตตลกๆ เมื่อซุกิซากิบอกให้มะฟุยุลองแนะนำไอเดียดีๆ ให้กับคุริมุหน่อย มะฟุยุก็เลยพูดว่า
「かの偉人、エジソンが言いました」
"เอดินสัน ผู้มีชื่อเสียงได้กล่าวไว้ว่า..."
「ボスを倒しに行くなら十分のレベルをあげてからにしろ・・・」
"ถ้าจะล้มบอสก็ต้องเก็บเลเวลให้ได้เพียงพอก่อนถึงค่อยไปสู้..."
(ความจริงคือเธอต้องการจะเปรียบเทียบว่า การเตรียมตัวที่ดีก่อนไปสอบครั้งหน้าย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าไปตายเอาดาบหน้า)
มุขนี้กล่าวถึงเอดิสัน หรือชื่อเต็มคือ Thomas Alva Edison ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ผู้ให้กำเนิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่าง เช่น หลอดไฟฟ้า แต่ทำไมบนโต๊ะเอดิสันถึงได้มี PSP อยู่ล่ะ...
16.38
「娘TYPEのエログラビアになるのよ」
"แล้วเธอก็จะได้ลงเป็นภาพนู้ดของ Nyaa-Type ไงล่ะ"
มุขนี้เริ่มขึ้น หลังจากที่วิธีของมะฟุยุ และมินัตสึไม่ได้ผล จิซุรุก็เลยเสนอวิธีให้คุริมุโดยการให้ดื่มนม โดยให้ทำนมหก เลอะใส่ตัวให้หมด จะได้เอาไปลงเป็นภาพกราเวีย (คำนี้ส่วนมากใช้ในความหมายเดียวกับภาพนู้ด)
นิตรสาย Nyaa-Type เป็นนิตรสารอนิเมรายเดือนของสำนักพิมพ์ Kadogawa ซึ่งทุกเล่มจะมีการแจกพินอัพภาพแนวนี้ออกมาล่อใจโอตาคุให้ตามซื้อเก็บกัน ครับ
16.49
「大丈夫、マリアさまは今、他のライトノベルを見ているから」「お姉さま…」
จิซึรุ: "ไม่เป็นไรหรอก ก็ตอนนี้ท่านมาเรียกำลังดูไลท์โนเวลเรื่องอื่นอยู่"
คุริมุ: "Onee-sama"
มุขนี้ล้อเลียนซีรีส์ Maria Sama ga Miteiru (ท่านมาเรียกำลังมองเราอยู่) ซึ่งเนื้อหาก็เป็นแนวออกไปทางความรักระหว่างหญิงกับหญิงครับ
สำหรับมุขในตอนที่สองก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ...ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้าครับ
Tags: anime, drill, parody, seitokai no ichizon, มุข5 Comments





#1 By KC_CRUSH on 2009-10-12 21:15