[Drill มุข] Seitokai no Ichizon Ep03
posted on 21 Oct 2009 20:51 by kotorichan in Anime, Projectเกมส์ในกล่อง
ทางฝั่งขวาของกล่องใส่โซบะคัพ จะมีกล่องใส่เกมส์ กับหนังสือการ์ตูนใส่อยู่ได้แก่
GP学園情報処理部(GP Gakuen jouhou Shori Bu) - เป็นหนังสือการ์ตูนประเภท Boys Love

そらうた(Sorauta) - เป็นชื่อวิชวลโนเวลเกมส์ของค่าย Frontwing

夏少女(Natsu Shoujo) - เป็นชื่อวิชวลโนเวลเกมส์ของค่าย PULLTOP

ぷちぷちご奉仕(Buchibuchi Gohoushi) - เป็นชื่อเรนไอเกมส์ของค่าย BLACKPACKAGE (ขอโทษที่ไม่อาจจะนำรูปมาลงได้ครับ)
白詰草物語(Shira Tsumekusa Monogatari) - เป็นชื่อหนึ่งในภาคของซีรีส์วิชวลโนเวลเกมส์ของค่าย Littlewitch ชื่อเกมส์คือ 『白詰草話 -Episode of the Clovers-』 (คันจิตัว 物 Mono ที่เติมเข้ามาคงเพียงต้องการเน้นคำว่า 話)

03.10
Ippen Shindemiru?
"มาลองตายดูสักครั้งมั้ย"
มุขนี้ล้อเลียนอนิเมเรื่อง "Jigoku Shoujo" หรือ "สาวน้อยจากนรก" ซึ่งสถานที่ที่ซุกิซากิอยู่นี้ ตามในเนื้อเรื่องจะเรียกว่า "แม่น้ำซันสึ" ซึ่งเป็นแม่น้ำตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าคนที่ตายไปแล้วจะต้องข้ามแม่น้ำนี่ไปเพื่อที่จะข้ามไปยังยมโลก หรืิอที่เรียกว่า "ฮิกัง" ซึ่งหมายถึง โลกอีกฟากหนึ่ง
ซึ่งในอนิเมเรื่องดังกล่าวตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่า "เอมมะ ไอ" เธอทำหน้าที่รับคำสาปแช่งจากผู้คนที่มีความแค้น จากการถูกรังแก หรือถูกทำให้เจ็บช้ำใจต่างๆ นาๆ พวกเขาต้ิองการที่จะสาปแช่งคนนั้นๆ ไปลงนรก ซึ่งการสาปแช่งนั้นผลของมันก็คือวิญญาณของคนที่ถูกสาปแช่งนั้นจะต้องไปลงนรก ในขณะเดียวกันวิญญาณของคนที่สาปแช่งเมื่อตายไปแล้วก็จะต้องตกนรกเช่นกัน ในการสาปแช่งทุกครั้งเอมม่า ไอจะมอบตุ๊กตาฟาง(Wara ninyou) ให้กับคนที่จะสาปแช่ง เมื่อเขาคนนั้นต้องการที่จะสาปแช่งจริงๆ เขาจะดึงด้ายสีแดงที่ผูกคอของตุ๊กตาฟางออก ทันทีที่ดึงออก ก็เท่ากับว่าภารกิจในการไปพาดวงวิญญาณของผู้ถูกสาปแช่งไปลงนรกก็จะเริ่มต้นขึ้น แต่ก่อนที่เธอจะพาคนที่ถูกสาปแช่งนั้นไปลงนรกทุกครั้งเธอจะพูดว่า
"Yami ni madoishi awarenakage yo. Hito wo kizuduke otoshimete. Tsumi ni oboreshi gou no tama. Ippen shindemiru?"
"เจ้าเงาอันน่าเวทนาที่ลุ่มหลงในความมืด อันบาปจากดูหมิ่นดูแคลน สร้างความเจ็บช้ำให้กับผู้คนนี้ ได้ชักนำวิญญาณของเจ้าให้จมดิ่งลงไปในบ่วงกรรมที่เจ้าได้ก่อขึ้น มาลองตายดูสักครั้งมั้ย?"
หลังจากพูดจบเธอก็จะพายเรือนำวิญญาณของผู้ที่ถูกสาปแช่งข้ามแม่น้ำซันสึไปสู่นรก
นอกจากนี้มุขนี้ยังล้อเลียนนักพากย์หญิง 能登 麻美子(โนะโตะ มามิโกะ) ซึ่งเธอเป็นคนพากย์เสียงให้กับเอมมะ ไอ แต่ในเรื่อง Seitokai no Ichizon นี้เธอก็เป็นคนให็เสียงพากย์ 藤堂 リリシア (โทโด ริริเชีย) ประธานชมรมหนังสือพิมพ์เช่นกันครับ (ถึงแม้บุคลิกของทั้งสองตัวละครนี้จะต่างกันลิบลับเลยก็ตาม ^^')
03.51


(Compared Picture From NicoNico Douga)
มุขชมโลกสีแดงแล้วพูดรำพันกับตัวเองนี้ เป็นมุขล้อเลียนตัวละครชื่อ คามิยะ คาโอรุ จากอนิเมเรื่องดังเอวาเกเลี่ยน ซึ่งเป็นฉากก่อนที่คาโอรุจะได้พบกับชินจิที่โลก ในฉากนี้คาโอรุจะพูดว่า "ฉันจะรอให้ถึงวันที่จะได้พบกับนาย อิคาริ ชินจิคุง" 「会えるときは楽しみだよ いかりしんじくん」
04.35
義体!?
"ไซบอร์ก!?"
น่าจะล้อเลียนภาพยนตร์หรืออนิเมสักเรื่อง แต่จากความเห็นของเจ้าของบล็อก + ความเห็นของคนญี่ปุ่น รู้สึกว่าเสียงกลอง ตะ-ตึง-ตึง-ตะ-ตึง ที่ดังในฉากนี้ฟังแล้วคล้ายกับอินโทรของภาพยนตร์เรื่อง Terminator อันโด่งดัง ที่นำแสดงโดย Arnold Schwarzenegger (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์)
08.09
藤堂リリシアの部屋
"Toudou ririshia no Heya" (ห้องของโทโด ริริเชีย)
เป็นหนึ่งในมุขดักแก่เฉพาะคนญี่ปุ่น - -
ฉากหน้าต่างนี้ ล้อเลียนรายการโทรทัศน์ชื่อ "徹子の部屋" (เทตสึโกะโนะเฮยะ: ห้องของเทตสึโกะ) ซึ่งเป็นรายการที่จะนำคนดังโดยเฉพาะในวงการบันเทิงมาคุยเปิดใจแบบตัวต่อตัว โดยมีคุณ 黒柳 徹子(คุโระยานางิ เท็ตสึโกะ)เป็นพิธีกรรายการ เป็นรายการที่ฉากทางช่องอาซาฮิทีวี ออกอากาศมานานตั้งแต่ปี 1976 ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งรายการที่คนญี่ปุ่นคงรู้จักกันดี
09.47
それでは、さよなら、さよなら、さよなら
"Soredewa sayonara sayonara sayonara"
คำพูดในมุขนี้เป็นคำพูดของริริเชียหลังสัมภาษณ์คุริมุเสร็จ ซึ่งหลังเธอพูดประโยคนี้จบลงคุริมุ ก็ถามกลับว่า
"ทำไมต้องพูด ซาโยะนาระ ตั้ง 3 ครั้งด้วย" 「なんで三回言ってるの?」
อาจารย์ซาโตริก็พูดต่อว่า
"การบรรยายนั่นยอดเยี่ยมมาก" 「あの解説は素晴らしかった」
ซุกิซากิก็เลยถามกลับไปว่า
"เข้าใจมุขนี้ด้วยหรือครับ" 「分かるんですか?このネタ」
อาจารย์ซาโตริเลยพูดว่า
"ก็เพราะเกิดทันได้ดูในยุคนั้นพอดีไง" 「リアルタイム世代さ」
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งมุขดักแก่สำหรับคนญี่ปุ่นอีกหนึ่งมุข( - -) มุขนี้ล้อเลียนคำพูดของคุณ 淀川 長治(โยะโดะกะว่า นากะฮะรุ) ซึ่งเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นนักบรรยายภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงมากสำหรับคนญี่ปุ่น ในรายการ 日曜洋画劇場 (Nichiyou Youga Gekijou) ซึ่งเป็นรายการที่จะนำภาพยนตร์ต่างประเทศมาฉาย ออกอากาศทุก 3 ทุ่มวันอาทิตย์ทางช่องทีวีอาซาฮิ (น่าจะคล้ายๆ กับ Big Cinema บ้านเรา) แกจะมาพูดลงท้ายรายการด้วยคำพูดที่ทำให้คนญี่ปุ่น จำได้จนติดปากว่า 「それでは次週をご期待ください。さよなら、さよなら、さよなら…」 (Soredewa Jishuu wo go kitai shite kudasai. Sayonara Sayonara Sayonara: ไว้รอพบกับผมใหม่อาทิตย์หน้าครับ สวัสดีครับ..สวัสดีครับ..สวัสดีครับ) ซึ่งถึงแม้ว่าปัจจุบันลุงแกจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังจำแกได้ จนกลายเป็นตำนานที่เรียกกันว่า "Sayonara no Ojisan" (ลุงซาโยนาระ)
(Ps. ไม่อยากจะเชื่อว่าซาโตริจังจะเกิดทัน - -)
10.12
มุขนี้เป็นตอนที่ริริเชียสัมภาษณ์มินัตสึ ท่านี้ใครเคยอ่านเรื่องนี้ผมว่าต้องฮาแน่นอนครับ ไม่มีเรื่องไหนอีกแล้ว ท่าต่อยเสร็จแล้วบรึ้มเนี่ย ^^'
ท่า Rising Air บวกกับคำพูดที่บอกว่าตนเองเป็น "ผู้พิทักษ์โลกหลังสิ้นยุคศตวรรษผู้รักซึ่งความยุติธรรม" (正義を愛する世紀末救世主) มาที่มาจากชื่อภาคของเกมส์ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ ในชื่อภาค 世紀末救世主伝説 (ตำนานพิทักษ์โลกหลังสิ้นยุคศตวรรษ) ครับ ซึ่งลงครั้งแรกตั้งแต่สมัยยุคเครื่องฟามิคอมเลย
หลังจากการ Act ท่าข้างต้นจบลงริริเชียก็ถามไปว่า
"จะว่าไปมินัตสึซังเป็นคนเลือดร้อน เลยไม่ทราบว่ามีหนังสืออะไรที่พอจะแนะนำให้ท่านผู้ชมได้บ้างรึเปล่าคะ"
(深夏さんといえば熱血ものですがお勧めの本などございますか?)
มินัตสึก็เลยตอบไปว่า
"สมัยนี้ก็คงต้องเป็นไลท์โนเวล อย่างเช่นพวก Index ไม่ก็บะกะเทสุ ล่ะมั้ง"
(最近だとラノベかな。インデックスとかバカテスとか。)
แล้วทั้งสองคนก็ทำหน้านิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร อันที่จริงแล้วมุขนี้ล้อเลียนชื่อนิยายไลท์โนเวล 2 เรื่อง ชื่อแรก インデックス(Index) หมายถึงเรื่อง とある魔術の禁書目録(インデックス) (Toaru majutsu no Index) ซึ่งเป็นนิยายของ Dengeki ส่วน バカテス(Bakatetsu) นั้นเป็นชื่อย่อของนิยายเรื่อง バカとテストと召喚獣(Baka to Tesuto to Shoukanjuu) ซึ่งเป็นนิยายของ ฟามิซึบุนโกะ (ファミ通文庫) ของญี่ปุ่น ซึ่งนิยายทั้งสองเรื่องเป็นคนละบริษัทกับเรื่อง Seitokai no Ichizon มุขนี้ก็เลยล้อเลียนนิยายค่ายอื่นนั่นเอง

หลังจากที่นิ่งเงียบไปได้นานพอสมควร มินัตสึคงคิดว่าชื่อนิยายทั้งสองเรื่องคงอาจจะขัดหูทีมงานแน่ๆ เลยพูดออกไปว่า
"แน่นอน อันที่ชอบที่สุดก็ึ นิยายแฟนตาซี(Fantasy Bunko) น่ะ!"
(もちろん一番好きなのはファンタジア文庫だけどな!)
คำว่า นิยายแฟนตาซี หรือ ファンタジア文庫(Fantajia Bunko) มาจากชื่อเต็มคือ 富士見ファンタジア文庫 (ฟุจิมิ แฟนตาซี บุนโกะ) ซึ่งเป็นตราบนนิยาย Seitokai no Ichizon มุขนี้เลยเหมือนเป็นการอวดว่านิยายเรื่องนี้แหล่ะสุดยอดละ ^^'
ปกติแล้วนิยายในญี่ปุ่นสำนักพิมพ์ กับ กับตราที่ติดบอกว่าเป็นนิยายในเครือใดส่วนมากมักต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น นิยายเรื่อง Shakugan no Shana ตีพิมพ์โดย Ascii Media Work แต่ว่าเป็นนิยายในเครือของ Dengeki หรืออย่าง Seitokai no Ichizon ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Fujimishobo แต่เป็นนิยายในเครือ Fujimi Fantasy อะไรทำนองนี้ครับ
แต่ยังไม่จบแค่นั้น ริริเชียก็พูดขึ้นว่า
"ก็นึกว่าจะลืมฐานะของตนเองไปแล้วซะอีก" (今絶対に忘れてましたよね ご自分の立場)
ซึ่งก็เสริมกับมุขข้างบน
แต่มินัตสึกลับตอบไปว่า
"แต่บากะเทสึก็เหมาะกับอนิเมชั่นดีนะ" (でもバカテスとかアニメにぴったりだろ)
เพราะเรื่องนี้กำลังจะถูกทำเป็นอนิเมชั่นฤดูใบไม้ผลิปี 2010 นั่นเองครับ
12.14
มุขนี้เป็นตอนที่ริริเชียสัมภาษณ์มะฟุยุ ในตอนแรกมะฟุยุจะบอกว่าเธอตื่นเต้นเพราะเธอไม่ค่อยสัดทัดกับการคุยกับคนนอกชมรม ริริเชียจึงให้เวลาเธอผ่อนคลาย มะฟุยุก็เลยไปหยิบ PSP มานั่งเล่นเกมส์ Monster Hunter พอเล่นไปได้สักพักริริเชียก็เห็นว่าน่าจะพอคลายเครียดได้แล้ว แต่มะฟุยุกำลังทำหน้าเคร่งเครียดอย่างเมามันพร้อมกับตอบกลับมาว่า
"เดี๋ยวนะ! ตอนนี้ Black Gravi เดินลากขาแล้ว!"
(ちょっと待ってください!。今やっと黒グラビが足ひきずったんで!)
มุขนี้กล่าวถึงมอนสเตอร์ในเกมส์ Monster Hunter Portable 2ndG ของ PSP ที่ชื่อ 黒グラビモス (Black Gravimos) ซึ่งมอนสเตอร์ตัวนี้พอใกล้ตายมันจะเดินลากขา
มุขของมอนฮันยังมีต่ออีกมุข มะฟุยุจะบ่นว่า
"อะไรเนี่ย ขาดเกล็ดสวรรค์(tenrin)ไปอันหนึ่ง"
(あぁなんてこと。天鱗が一個たりない!)
*ชื่อเวอร์ชั่น ENG "Sky Scale" (Gamefaq)
ซึ่งไอเท็มชิ้นนี้เป็นวัตถุดิบในการสร้างของที่ถือว่าค่อนข้างหายากมากเลยทีเดียว
แต่มะฟุยุก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม เธอบอกว่า
"มาถึงขนาดนี้แล้ว มีทางเดียวก็คือต้องวนล่าขนาดใหญ่ไปเรื่อยๆ"
(ここまできたら大連続狩猟まで一気に!)
คำว่า 大連続狩猟(Dai Renzoku Shuryou) น่าจะย่อจาก 「大型を連続に狩猟する」 คือการวนล่าแต่มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ (大型) ในแมพไปเรื่อยๆ เพื่อหาของที่ต้องการ
13.09
一歩歩くごとにダメージを受けるだけで
"เพียงแต่จะได้รับดาเมจในการเดินทีละก้าว"
มุขนี้ใครที่เล่นเกมส์ RPG คงทราบกันดี มันคืออาการติดพิษ (毒状態) นั่นเอง ซึ่งเมื่อติดสถานะนี้หากเดินในแผนที่ทุกก้าวตัวละครที่ติดพิษจะเสียพลังชีวิตไปเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อย ถึงแม้ปัจจุบันบางเกมส์จะเปลี่ยนเป็นเสียตลอดเวลาแม้จะไม่เดินก็ตาม แต่สำหรับเกมส์เก่าๆ เช่น DQ/FF/Pokemon ก็ยังใช้ระบบนี้อยู่ ก็เป็นมุขล้อเลียนคำพูดของมะฟุยุที่บอกว่าตัวเธอไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เด็กแล้วนั่นเอง
14.56
ฉากคั่นตอน


ภาพนี้ล้อเลียนตัวละครจากอนิเม และ Visual Novel เกมส์ชื่อดัง Tsukihime และ Melty Blood ในตัวละครที่ชื่อว่า Ciel เพียงแต่ว่า Ciel ถือดาบแทน

ที่ซองใส่เบอร์เกอร์ของคุริมุ จะมีภาพแมวประหลาดอยู่ตามรูปข้างล่าง


Picture From: www.hlj.com/product/MEG81080
ซึ่งคล้ายกับ アイルー (Airuu) ตัวละครที่ปรากฏในเกมส์ Monster Hunter 2ndG
20.20
ภาพข่าวที่ติดในตอนสุดท้าย
คำว่า ゲームセンターあらん(Game Center Aran) ล้อเลียนชื่ออนิเมเรื่อง ゲームセンターのあらし (Game Center no Arashi - 1982)

(Wikipedia)
================================================





ว่าแต่ชอบมุกของตอนที่แล้วมากกว่าแฮะ
#1 By φείβλας on 2009-10-21 22:19