[Drill มุข] Seitokai no Ichizon Ep04

posted on 27 Oct 2009 22:48 by kotorichan  in Anime, Project

เป็นอีกตอนที่มีมุขเฮฮาอยู่เต็มไปหมดเลยครับ โดยเฉพาะบางมุขล้อได้ตรงเอามากๆ (^^')

0.01
บรรยากาศภายในโรงเรียน



จากเพลง BGM และคำพูดทักทายของนักเรียนในโรงเรียนว่า Gokingenyo (คำพูดทักทายเวลาพบกันที่นิยมใช้เฉพาะกลุ่มคนชั้นสูง) คงเป็นการล้อเลียนอนิเมชั่นเรื่อง Maria sama ga miteiru เพราะเรื่องราวของเรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนเอกชนสตรีที่มีแต่ลูกคุณหนูเท่านั้นที่เข้าไปเรียน และคำพูดนี้ก็เป็นคำพูดทักทายที่ได้ยินบ่อยมาก

0.29

ฉากนี้เป็นฉากที่อากะจังเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับพูดทักทายเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า...
"Tu vas bien?" (สบายดีกันมั้ยจ๊ะ?) (How are you?)
สมาชิกทั้ง 4 คนก็ตอบกลับไปว่า
"Tres bien, merci." (สบายดีค่ะ) (I'm fine. Thank you)
คงเป็นการเพิ่มความมีเสน่ห์ของอากะจังให้กับแฟนๆ ล่ะมั้ง

04.00

หนังสือที่คุริมุยืมมินัตสึมาอ่าน
ภาพหนังสือที่ถูกย่อแล้วขยายออกให้ดูเป็นพิกเซลที่แตกนี้ เป็นภาพของไลท์โนเวล เรื่อง マテリアルゴースト(Material Ghost - 2006) ซึ่งเขียนโดย อาโออิ เซกินะ (葵せきな) ซึ่งเป็นไลท์ โนเวลเรื่องแรกของอาจารย์ก่อนที่แกจะมาเขียนเรื่อง Seitokai no Ichizon (2008)

Material Ghost
04.24
หนังสือที่ประธานกำลังอ่าน


หน้าปกเขียนชื่อว่า "Kono Light Novel ga sugoi!" (ไลท์โนเวลเล่มนี้มันยอดไปเลย!) หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือไกด์บุ๊คที่มีอยู่จริง(และก็ชื่อนี้ด้วย) ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ทาการะจิมะฉะ (宝島社) หนังสือไกด์บุ๊คเล่มนี้จะตีพิมพ์ออกมาปีละหนึ่งเล่มซึ่งในนั้นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับนิยายที่มียอดขายสูงสุด ความนิยมสูงสุด เพื่อเป็นแนวทางให้นักอ่านทั้งหลาย
ซึ่งเล่มที่อากะจังถืออยู่นี้เป็นเล่มฉบับปี 2009 ครับ



05.37
หลังจากที่มินัตสึแนะนำแนวทางการเขียนนิยาย แต่สุกิซากิจะมองว่ามันออกจะนอกเรื่องเกินไปก็เลยพูดออกไปว่า
「超展開すぎてワロタ」
"Choutenkai sugite WAROTA"

คำว่า choutenkai มาจากคำว่า Chou ที่แปลได้ง่ายๆ ว่า "โครต" รวมกับ tenkai หมายถึง "การต่อเติม" ซึ่งคำนี้เป็นคำสแลงใช้เรียกเนื้อเรื่องของอนิเม หรือมังงะ ที่มีเนื้อหาเริ่มบิดเบือนจากเนื้อเรื่องที่เคยพล็อตไว้ก่อนหน้า หรือที่เรียกกันว่า "ออกทะเล" หรือการปรับเปลี่ยนแนวของเรื่องแบบสุดขั้วเช่น จากตอนก่อนหน้าเป็นฉากต่อสู้เลือดสาด แต่ตอนต่อมากลายเป็นการ์ตูนตลกไปอะไรทำนองนั้นครับ
ส่วนคำว่า WAROTA มีที่มาจากคำว่า WAROSU ซึ่งเป็นภาษาที่มาจากบอร์ด 2channel หมายถึง "Warau" (หัวเราะ) ซึ่งต่อมาก็เพี้ยนไปหลายเวอร์ชั่นมาก โดยที่ Warota ถูกนิยามว่าเป็นรูปอดีตของ Warosu
จึงอาจตีความประโยคนี้ได้ว่า "การแต่งเติมเนื้อเรื่องมากเกินไป อาจจะทำให้กลายเป็นเรื่องที่น่าตลกไปได้"

05.45
ฉากของนิยายที่มินัตสึลองเขียน


ภาพไข่รูปหน้าคนที่เห็นลอยอยู่ในห้วงมิตินี้ ดูๆ ไปแล้วคล้ายกับ "เบเฮริท" (Beherit) จากเรื่อง BERSERK มาก

"Echo of Death" เป็นใคร?

จริงๆ แล้วชื่อของนายคนนี้โผล่มาในภาคนิยาย ด้วยบทบาทคือพี่ชาย(สมมุติ) ของซุกิซากิครับ
* ชื่อของนายคนนี้ประกอบจาก 2 คำคือ 残響(Zankyou: การก้องของเสียง) กับ 死滅(Shimetsu: การม้วยมลาย) ซึ่งเขียนรวมกันเป็น 残響死滅 แต่อ่านว่า "エコー・オブ・デス" (Echo of Death)


06.57
深夏 「いい感じだろう。月の姫が運命の境界線引く、って感じでさ」

(ii kanji darou. tsuki no hime ga unmei no kyoukaisen hiku tte kanji de sa)
"ไม่ดีเหรอ..ก็อารมณ์ประมาณว่า เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ขึงเส้นเขตแดนแห่งโชคชะตาเอาไว้"

เป็นคำพูดของมินัตสึหลังจากที่ลองแต่งนิยายของสภานักเรียน คำพูดที่ดูพิลึกนี้ความจริงแล้วเป็นการล้อเลียนซีรี่ส์ของ TYPE-MOON ถึง 3 เรื่องเลยทีเดียว
คำว่า 月の姫 (Tsuki no Hime) แปลว่า เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการล้อเลียน ซีรี่ส์ของ Type-Moon เรื่อง Shingetsutan Tsuki Hime
คำว่า 運命 (Unmei) แปลว่า "โชคชะตา" ซึ่งอาจเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วยคำว่า Fate เป็นการล้อเลียนชื่อซีรี่ส์ของ Type-Moon เรื่อง Fate/Stay Night
คำว่า 境界線 (Kyoukaisen) แปลว่า "เส้นเขตแดน" ล้อเลียนซีรี่ส์ Kara no Kyoukai (เขตแดนแห่งความว่างเปล่า) ซึ่งเป็นของ Type-Moon เช่นกันครับ
*ความจริงแล้วอาจเป็นไปได้ว่า มุขของมินัตสึในตอนนี้พยายามจะโยงล้อค่าย Type-Moon ตั้งแต่แรกโดยการหยิบเอานักพากย์ "Sakurai Takahiro" (櫻井孝宏) ซึ่งในเรื่องนี้เขาเป็นผู้ให้เสียง "Echo of Death" เขาคนนี้เป็นหนึ่งในนักพากย์ชายที่มีชื่อเสียงมากพอควร เขาพากย์เสียงตัวละครชายหลายคน เช่น Kururugi Suzaku(Code Geass), Oshino Meme(Bakemonogatari) และในซีรี่ส์ของ Type-Moon ก็ได้พากย์เสียงเพื่อนชายของ Tohno Shiki ที่ชื่อ Inui Arihiko ด้วย (ในอนิเมเป็นตัวประกอบชัดๆ )

07.20
สมุดโน๊ตของมะฟุยุจัง


มุขนี้อันที่จริงแล้วเป็นการล้อเลียนนักพากย์ Sakurai Takahiro ซึ่งนอกจากเรื่องที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น เขาคนนี้ยังพากย์ใน Drama CD ประเภท Boys Love อีกมากมาย (เยอะมากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อเลยทีเดียว)
จากจดหมายของมะฟุยุนะครับ
คำว่า 眠らない (นอนไม่หลับ) คำแรกมาจากชื่อเรื่อง 眠らないケダモノ (nemuranai kedamono) ใน ケダモノシリーズ(kedamono series)
ส่วน คำว่า くすり指 (นิ้วนาง) มาจากชื่อเรื่อง くすり指は沈黙する (kusuri yubi wa chinmoku suru) ในซีรีส์ その指だけが知っている(sono yubi dake ga shitteiru)
ซึ่งทั้งสองเรื่องข้างต้นนั้นเป็นนิยายที่ทำออกมาเป็น Drama CD ซึ่งนายทากะฮิโระคนนี้ก็เป็นหนึ่งในทีมนักพากย์ด้วยครับ



kusuri yubi wa chimoku suru



nemuranai kedamono

PS. ขออนุญาตไม่แปลชื่อเรื่องนะครับ * *

Last update: 11/05/2009

09.42

 


ในฉากนี้จะมีตัวละครผู้ชายผมสีเทาในฉาก เป็นตัวละครที่ปรากฏออกมาในภาคพิเศษ (Bangaihen) ซึ่งนายคนนี้ชื่อ Nakameguro Yoshiki ซึ่งโดยตามเนื้อเรื่อง นายคนนี้เป็นนักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่ เพระต้องการหนีจากการกลั่นแกล้งตอนอยู่โรงเรียนเก่า(เนื่องจากเป็นพวก Boys Love) พอซุกิซากิเจอนายคนนี้ ซุกิซากิกลับไม่คิดอะไร กลับยอมรับและเข้าใจในตัวนายคนนี้ จึงเกิดเป็นฮาเร็ม Boys Love คู่นี้ขึ้น...คิดว่าหลังจากนี้ก็คงจะโผล่มาให้เห็นอีกบ่อยครั้งแน่ๆ ครับ

11.47
"Yes, Your Highness"
คำพูดนี้ล้อเลียนคำพูดของเหล่าทหารบริทาเนียนในซีรี่ส์ Code Geass ซึ่งเป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยมาก ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ที่ใครที่ได้ชมเรื่องนี้จะไม่เคยได้ยินมาก่อน

14.54
ภาพเรือที่กำลังไฟไหม้อยู่นี้เป็นภาพของเรือรบอาคางิ 赤城 (Aircraft Carrier Akagi)


Source: http://ja.wikipedia.org/wiki/赤城_(空母)

15.02
「私が飛ぶ!」




"ฉันจะบิน!"

ทั้งชุดของคุริมุ และคำพูด ล้อเลียนอนิเมชั่นเรื่อง "Strike Witches" (แบบไม่มีเซนเซอร์เลย )



ซึ่งในฉากนี้(ตั้งแต่เรือไฟไหม้) เป็นการล้อเลียน ตอน 12 (ตอนจบ) แบบเหมือนเด๊ะ ด้วยความที่ว่าอนิเมชั่นเรื่อง Seitokai no Ichizon นี้มี GONZO เป็นหนึ่งในทีมงานด้วย ดังนั้นจึงคาดว่ามุขนี้น่าจะผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว

Shounin = "อนุมัติ"

 

15.40

「ネウロイのデザインはこっちだから」
"ดีไซน์ของ Neuroi มันต้องแบบนี้"

คำว่า Neuroi มาจากเรื่อง Strike Witches เป็นชื่อของพวกศัตรูที่เข้ามารุกรานโลก ซึ่งโมเดลที่จิสุรุยื่นให้ดูเป็นโมเดลของ Neuroi X-11 ครับ


Source: http://superpunch.blogspot.com/2009/10/astronaut-ape-and-other-toys.html

16.14
Secret Command (隠しコマンド)

ในฉากนี้มะฟุยุจะบอกว่า ต้องมีการใส่ Secret Command ก่อนถึงจะเล่นได้ ซึ่งอันแท้ที่จริงมุขนี้ไม่ได้จงใจล้อเลียนเกมส์ใดเป็นพิเศษ แต่คำว่า Secret Command ท่านที่เคยเล่นเกมส์คอนโซลสมัยก่อนๆ คงทราบกันดี เพราะมันคือสูตรกดก่อนจะกด Start เข้าเล่นเกมส์ ยกตัวอย่างเช่นสูตรในตำนานที่เกมเมอร์รู้จักกันดี เช่น บน-บน-ล่าง-ล่าง-ซ้าย-ขวา-ซ้าย-ขวา-B-A ซึ่งเป็นสูตรที่กดแล้วจะได้รับ 30 ชีวิตในเกมส์ Contra ภาคแรกที่ลงในเครื่อง ฟามิคอม

16.33
หลังจากที่อากะจัง และมินัตสึพยายามกดสูตรแต่ก็เข้าเกมส์ไม่ได้สักที จิสุรุก็เลยพูดขึ้นว่า
"สงสัยจะใส่สูตรผิด" 「コマンド写し間違えたのね」
สุกิซากิได้ยินเช่นนั้นก็เลยตอบกลับไปว่า
"อย่ารื้อฟื้นความหลัง กับเกมส์ RPG ในยุคแรกๆ สิครับ" 「思い出すなー。初期のRPG」
มุขนี้ใครที่เคยเล่นเกมส์ RPG ยุคแรกๆ บนเครื่องฟามิคอมคงจะเก็ตกันดีครับ เพราะเนื่องจากเมื่อก่อนการเซฟเกมส์ยังไม่สามารถเขียนทับลงไปบนตลับเกมส์ได้ การเซฟเกมส์ในสมัยแรกๆ จึงใช้วิธีการใส่พาสเวิร์ด เกมส์ที่ผมเคยเล่นแล้วจำได้ว่ามีแบบนี้ก็
 - เกมส์ Kunio
 - เกมส์ Dragonball
 - Rockman ภาค 2 - 6
 - Captain Tsubasa

ส่วนที่ไม่เคยเล่นแต่คิดว่าน่าจะมีเหมือนกันก็เช่น
 - Final Fantasy 1/2/3
 - Dragon Quest

สมมุติพอเราอยากเลิกเล่น เมื่อเรากดเซฟเกมส์แล้ว เกมส์พวกนี้จะทำการสร้างชุดพาสเวิร์ดซึ่งสามารถนำไปใส่เพื่อใช้เล่นต่อในครั้งหน้า ซึ่งบางเกมส์อย่างเช่น Rockman นั้นจะจดง่ายกว่าเกมส์อื่นๆ หน่อยตรงที่สูตรจะเป็นตาราง แต่หลายๆ เกมส์จะใช้วิธีสร้างเป็นชุดอักขระฮิรางานะยาวๆ ซึ่งผู้เล่นต้องตั้งใจจดให้ดี (จำได้เลยเมื่อก่อนยังเขียนตัวคานะไม่เป็น จะจดทีนี่นานเลยครับ) ด้วยความที่ว่าฟอนต์ญี่ปุ่นในเกมส์สมัยก่อนจะตัวเล็ก การจดแต่ละครั้งอาจจะจดผิดได้ง่ายๆ เช่น ลืมเท็น-เท็น หรือดูผิดจากตัว ba(ば) เป็น pa(ぱ) เป็นต้น

16.38


 

「この中には大魔王マギールを倒す壮大な物語が入っているんです。」
"ในนี้มีอภิมหาตำนานการปราบราชาปีศาจมากีลอยู่ค่ะ"

ประโยคข้างต้นเป็นคำบ่นของมะฟุยุ ที่รู้สึกเซ็งที่เข้าเล่นเกมส์ไม่ได้ คำว่า 大魔王マギール (Daimaou magi-ru: ราชาปีศาจมากีล) คงเป็นการล้อเลียน "Magiru Satori" อาจารย์ที่ปรึกษาสภานักเรียน หรือ เจ๊โคล่อนปังนั่นเอง
แต่ยังไม่จบแค่นี้ มะฟุยุ ยังพูดต่อไปด้วยความเสียดายว่า
「『生徒会の三振』に40ページにもわたって掲載されているのにー!」
"อุตส่าห์ได้ตีพิมพ์ลงใน Seitokai no Sanshin ตั้ง 40 หน้าเชียวนะคะ!"

Seitokai no Sanshin เป็นชื่อนิยายเล่ม 3 ของซีรีส์นี้ ซึ่งในเล่มนี้มีตอนที่ชื่อว่า 旅立つ生徒会 (สภานักเรียนเริ่มออกเดินทาง) ตีพิมพ์อยู่ เพราะฉะนั้นมุขนี้จึงเป็นการหยิบชื่อตอนในเล่ม 3 มาล้อนั่นเอง

16.53


มุขนี้หลายท่านก็คงจะทราบกันดี เป็นการล้อเลียนเรื่อง K-on! ครับ (แต่สงสัยว่า...ทำไมเบสของมิโอะจึงไม่ใช่เบสของคนถนัดซ้ายล่ะ...)

17.20
สุกิซากิ: "แต่ตอนกลางเรื่อง มีรวมเป็น 5 คนไม่ใช่เหรอครับ?" 「途中から五人になるでしょう?」
อากะจัง: "นั่นมันรุ่นน้อง แถมยังเป็นผู้หญิงด้วย" 「あれは後輩しかも女子」
น่าสงสารสุกิซากิ - - จริงๆ แล้วมุขนี้หลายท่านก็คงทราบกันดี เป็นการล้อเลียนเรื่อง K-On! โดยรุ่นน้องคนที่ว่าก็คือ อาสึเนี้ยวนั่นเอง!

19.54


สำหรับท่านอาจจะยังไม่ทราบ คอนโทรลเลอร์ที่เห็นในภาพเป็นคอนโทรลเลอร์ของเครื่องเกมส์ XBOX360 ครับ (ว่าแต่ เล่นเกมส์อะไรอยู่น้า เห็นยิ้มใหญ่เลย )

22.28

นิตรสารการ์ตูนที่มินัตสึกำลังอ่านอยู่ในภาพคือ 月刊DOON (Gekkan DOON) ซึ่งคำว่า Gekkan หมายถึงนิตรสารรายเดือน ส่วน DOON เป็นการล้อเลียนชื่อสตูดิโอชื่อ Studio DEEN ซึ่งเป็นผู้ผลิตอนิเมเรื่องนี้


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนนี้มุกสนุกกว่าตอนที่แล้วเยอะจริงๆ

เพิ่งรู้ว่าเกมสมัยก่อนมีที่ให้ใส่พาสเวิร์ดแบบฮิรางานะด้วย พอดีเคยเล่นแต่ร็อคแมน

สไตรค์วิทชีสนี่ก็ ชัดเจนที่สุดเลย

เรืออาคางินั่นเองก็คงจะล้อเรื่องสไตรค์วิทชีสด้วยล่ะ

http://ikamiso.exteen.com/20080811/entry

#1 By φείβλας on 2009-10-28 07:00

ยังล้อกระจายเหมือนเดิม (บางมุกผมก็ไม่รู้แฮ่ะ)

#2 By Kuroiketaro on 2009-10-31 21:44